โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซิตี้กรุ๊ปมอง 'ราคาน้ำมัน' ลงแรงกว่าคาด อาจได้เห็น '60 ดอลลาร์' ปลายปีนี้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) คาดการณ์ว่า "ราคาน้ำมัน" ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจปรับตัวลดลงเร็วกว่าที่คาดจนแตะระดับ "60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล" ภายในสิ้นปีนี้ หลังสถานการณ์ชะงักงันในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย ซึ่งเป็นการ "ตอกย้ำมุมมองเชิงลบ"ของสถาบันการเงินหลายแห่งที่เริ่มทยอยปรับคาดการณ์ใหม่ โดยประเมินว่าตลาดน้ำมันโลกกำลังกลับเข้าสู่ภาวะ "อุปทานล้นตลาด"

นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปนำโดยฟรานเชสโก มาร์ตอคเซีย ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า"ปัจจัยพื้นฐานของตลาดกำลังกลับมามีบทบาทอย่างรวดเร็ว"

"การขนส่งน้ำมันกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้ซื้อจากจีนยังไม่กลับเข้าสู่ตลาด ตลาดน้ำมันดิบจริง (physical market) อ่อนแอลงอย่างมาก และปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงน้อยกว่าที่คาดเอาไว้"

จากมุมมองของทีมซิตี้กรุ๊ปนั้น ตลาดพลังงานโลกกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดระยะสั้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นได้รับน้ำมันเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ต้องหันไปจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทน

ผลที่ตามมาคือ"ราคาน้ำมันโลกกำลังปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว" โดยน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ดิ่งลงไปแล้วถึง 30% ในไตรมาส 2 และหักช่วงลบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามออกไปจนหมดแล้ว

"เรายังคงแนะนำให้นักลงทุนขายเมื่อราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงฤดูร้อน และคาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะลดลงสู่ช่วง 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในช่วงปลายปี" นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ประบุ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ในระยะแรกตลาดยังมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากเส้นทางเดินเรือกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดประกันภัยทางทะเลกำลังปรับตัว และปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ที่ตกค้างยังต้องใช้เวลาในการคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม การที่รูปแบบการเดินเรือกลับมาเป็นระบบมากขึ้น และปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์เริ่มมองว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มากกว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ก็เป็นอีกหนึ่งแบงก์ใหญ่ที่ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด หลังผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายลงและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว

ขณะที่ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ก็เพิ่งปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันลงเป็น "ครั้งที่สอง" ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากภาวะน้ำมันล้นตลาดเช่นกัน

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย โดยครั้งล่าสุดที่ราคาต่ำกว่า 60 ดอลลาร์คือเมื่อเดือนม.ค. ปีนี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐ WTI นั้น อยู่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่เชื่อมผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียกับตลาดโลก เคยถูกปิดกั้นทั้งสองฝั่งในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม เตหะรานและวอชิงตันได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อระงับการสู้รบเป็นการชั่วคราว โดยทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าหาข้อตกลงถาวร

"เราคาดว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ และจะพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากแรงจูงใจในการลดความตึงเครียดมีมากกว่าทางเลือกอื่น ทั้งสำหรับสหรัฐ อิหร่าน และประเทศส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง" ซิตี้กรุ๊ประบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...