โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“CF-Hotels” แพลตฟอร์มท่องเที่ยวยั่งยืน

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เมื่อมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวแล้วเข้าพักในโรงแรม เคยสังเกตเห็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่มักจะมีข้อความชักชวนให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลโลกใบนี้ ทั้งการยกเว้นการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าห่มทุกวัน หรือชวนให้แขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวเพื่อแสดงความจำนงว่าจะไม่เปลี่ยนผืนใหม่ แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ในโปรเจกต์ใหญ่ของโรงแรมหลายแห่ง ที่มีกิจกรรมมากมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ให้การเดินทางท่องเที่ยวกลายเป็นผู้ร้ายที่มาเพียงกิน ดื่ม เที่ยว แล้วก็จากไป

นั่นเป็นเหตุผลที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ริเริ่มโครงการ “CF-Hotels” หรือ “Carbon Footprint Hotels” เมื่อปี 2565 โดยเป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม (ก๊าซเรือนกระจกประเภทองค์กร) โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และถูกต้องตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแห่งประเทศไทยเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมไทย และนำไปสู่การพัฒนาแผนงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวต่อไปตามนโยบายของประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 จากโรงแรมนำร่องเพียง 21 แห่ง สู่โรงแรมที่เปิดบัญชีใช้งานแล้วกว่า 900 แห่งทั่วประเทศในวันนี้

หนึ่งในโรงแรมที่เข้าร่วมและผ่านมาตรฐานจนได้รับการรับรองคือ โมเดนา บาย เฟรเซอร์ กรุงเทพ โรงแรมระดับกลางที่ออกแบบภายใต้แนวคิดทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ทั้งระบบไฟส่องสว่างแบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอื่น ๆ เช่น หลอดไฟ LED เลยไปถึงการปลูกผักสวนครัวเพื่อใช้ในห้องอาหารแบบที่ปลูกได้ทุกพื้นที่ที่เป็นไปได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงเวียนด้านหน้าอาคาร

สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่คือการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ด้วยการติดตั้ง “ระบบท่อดักลมเย็น” เพื่อหมุนเวียนและนำพลังงานความเย็นกลับมาใช้ใหม่โดยเปลี่ยนทิศทางลมเย็นที่ได้จากระบบปั๊มความร้อนในการผลิตน้ำร้อนสำหรับห้องพักไปยังระบบท่อส่งลมบริเวณลิฟต์สำหรับผู้เข้าพัก ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน แล้วยังมีของใช้ในห้องพักที่เน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว รวมถึงถังขยะที่ชวนให้ผู้เข้าพักแยกขยะรีไซเคิลด้วย

ขณะที่ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ภายใต้กลยุทธ์ Travel with Purpose ของเครือฮิลตัน แนวปฏิบัติที่ชัดเจนที่สุดคือ การบริจาคกล่องน้ำดื่มใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ที่นี่เริ่มการบรรจุน้ำดื่มสำหรับแขกในกล่องกระดาษแปดเหลี่ยมตั้งแต่ก่อนที่เทรนด์รักษ์โลกจะมา ซึ่งไม่ใช่แค่การเลือกใช้กระดาษแทนขวดน้ำพลาสติก หากแต่ยังมีกระบวนการจัดการกล่องน้ำดื่มเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดแยก จัดพื้นที่สำหรับการจัดเก็บ เพื่อจะส่งต่อไปสู่การผลิตเป็นแผ่นหลังคาในโครงการ “เก็บกล่องสร้างบ้าน” ของบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยจากภัยธรรมชาติ โดยบริจาคไปกว่า 90,530 กล่อง

นอกจากนี้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลและบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ด้านอาหารมีการเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไข่จากระบบ Cage-Free และอาหารทะเลจากแหล่งประมงที่ยั่งยืน ทั้งยังร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประเทศไทย เพื่อบริจาคอาหารส่วนเกินจากไลน์บุฟเฟ่ต์เพื่อลดปัญหา food waste ด้วยการส่งต่ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่ชุมชน โรงเรียน และผู้ด้อยโอกาส ในส่วนของการลดใช้พลังงานนอกจากเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ทั้งหมด ยังเพิ่มเติมด้วยการติดตั้ง “ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว” ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 39% เมื่อเทียบกับปี 2567

ส่วน เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต กรุงเทพ โรงแรมที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพแบบองค์รวมซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลแห่งความยั่งยืนตลอดการเข้าพักใน 4 มิติหลักคือ Sleep Well ห้องพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองด้วย Green Globe Certification มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ Eat Well การออกแบบเมนูอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับ Humane Society International ที่คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ในการรังสรรค์เมนูอาหารมังสวิรัติและเมนูจากพืช รวมทั้งร่วมมือกับ Klimato แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนในการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหาร สนับสนุนผลผลิตท้องถิ่นโดยจัดซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ในประเทศ

Meet Well การจัดประชุมและอีเวนต์อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอาคารออกแบบให้เปิดรับแสงจากธรรมชาติเพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ส่วนพรมปูพื้นเป็นพรมอัปไซเคิลที่ผลิตจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิล 202,850 ขวด และ Live Well มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพด้วยความร่วมมือกับ BDMS Wellness Clinic ทั้งห้องฟิตเนส 24 ชั่วโมง สปา และโปรแกรมดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม อีกทั้งยังมีการปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากร การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และมาตรการลดปริมาณขยะการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ทั้ง 3 โรงแรม 3 สไตล์ ต่างได้รับประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนจาก CF-Hotels ประจำปี 2568 ไม่เพียงเท่านั้นล่าสุดโครงการ CF-Hotels เพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ บนเวที Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2026 ในสาขา Green Leadership โดยมี นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ผู้แทนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำทีมฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เข้ารับรางวัล ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยการันตีว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคำนวณคาร์บอน แต่เป็นกลไกเชิงระบบที่ช่วยปิดช่องว่างการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง สมัครเข้าร่วมได้ที่ https://cf-hotels.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...