“ทรัมป์” ปะทะ “เนทันยาฮู” ปมเลบานอน สะท้อนรอยร้าวใหม่สหรัฐ-อิสราเอล
ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์ และเบนจามิน เนทันยาฮู กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ หลังมีรายงานทรัมป์ไม่พอใจต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 04.00 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนล่าสุดที่ต้องเผชิญความขัดแย้งกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หลังมีรายงานว่าทั้งสองเกิดการปะทะคารมกันเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ ในการเจรจากับอิหร่าน
ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในเลบานอน ส่งผลให้อิหร่านออกมาขู่ว่าจะระงับการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการถอนตัวออกจากความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งกำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอเมริกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Pod Force One ซึ่งออกอากาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ถูกถามถึงรายงานของ Axios ที่ระบุว่าเขาโทรศัพท์ไปต่อว่าเนทันยาฮู พร้อมเรียกผู้นำอิสราเอลว่า “บ้าไปแล้ว” และตำหนิว่าไม่รู้คุณต่อการสนับสนุนจากสหรัฐฯ
ทรัมป์ตอบว่า “ใช่ ผมพูดแบบนั้น” อย่างไรก็ตาม เขาพยายามลดระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ โดยระบุว่า “ผมไม่ได้โกรธหรอก แค่รู้สึกไม่พอใจนิดหน่อยกับการที่เขาเดินหน้าสู้รบกับเลบานอนอยู่ตลอด”
พร้อมย้ำว่า“ผมชอบบิบี (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) มาก และเราทำงานร่วมกันได้ดี”
แม้ทรัมป์จะพยายามลดกระแสข่าว แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจสะท้อนถึงความไม่ลงรอยกันที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างวอชิงตันและเทลอาวีฟ หลังทั้งสองประเทศร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านมาเกือบ 100 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยหลักแล้ว ทรัมป์และเนทันยาฮูยังมีเป้าหมายร่วมกัน คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเลบานอน ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีมุมมองที่แตกต่างกัน
อิสราเอลยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าโจมตีกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการรักษาช่องทางการเจรจากับเตหะรานเอาไว้
ด้านอิหร่านก็ประกาศชัดว่า หากจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งในเลบานอนจะต้องถูกรวมอยู่ในข้อตกลงดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ก็ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเจรจาเช่นกัน
แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องความขัดแย้ง แต่เนทันยาฮูกลับแสดงท่าทีผ่อนคลาย
ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันพุธ เขากล่าวว่า “บางครั้งเราก็มีความเห็นไม่ตรงกันในเชิงยุทธวิธี เหมือนกับครอบครัวที่ดีที่สุดทุกครอบครัว” พร้อมย้ำว่า “เราหาทางออกร่วมกันได้เสมอ และยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
เนทันยาฮูยังกล่าวติดตลกว่า ทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่เห็นตรงกันในช่วงเช้า แต่กลับมามีความเห็นตรงกันได้ภายในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และเนทันยาฮูจะยังคงแน่นแฟ้น แต่บริบททางการเมืองภายในสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนไป
ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน พบว่า ชาวอเมริกันถึง 60% มีมุมมองเชิงลบต่ออิสราเอล เพิ่มขึ้นจาก 42% ก่อนสงครามกับกลุ่มฮามาสในปี 2566
ขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญในฝั่งอนุรักษนิยมจำนวนหนึ่งก็เริ่มตั้งคำถามต่อบทบาทของอิสราเอลในความขัดแย้งกับอิหร่าน
โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า เขาเชื่อว่าสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามครั้งนี้จากแรงกดดันของอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ที่สนับสนุนอิสราเอลในสหรัฐฯ
คำกล่าวดังกล่าวถูกตอบโต้ทันทีจาก American Israel Public Affairs Committee (AIPAC) ซึ่งกล่าวหาว่าเคนต์กำลังเผยแพร่แนวคิดต่อต้านชาวยิวในรูปแบบเดิม ๆ
เบรตต์ บรูเอน อดีตนักการทูตสหรัฐฯ และประธานบริษัท Global Situation Room มองว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทรัมป์อาจมีแรงจูงใจทางการเมืองที่จะต้องแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เดินตามอิสราเอลทุกเรื่อง
“ตอนนี้มีความจำเป็นทางการเมืองที่สหรัฐฯ ต้องสร้างระยะห่างจากอิสราเอลบ้าง”
บรูเอนกล่าว พร้อมเสริมว่า ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในเลบานอนหรือฉนวนกาซา หลายการตัดสินใจของเนทันยาฮูได้กลายเป็นภาระทางการเมือง แม้กระทั่งสำหรับทรัมป์และพรรครีพับลิกันเอง
ความขัดแย้งระหว่างเนทันยาฮูกับผู้นำสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาเคยมีปัญหากับประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในช่วงกระบวนการสันติภาพออสโล ต่อมา ความสัมพันธ์กับบารัก โอบามา ก็ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังเนทันยาฮูเดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ในปี 2015 เพื่อคัดค้านนโยบายอิหร่านของรัฐบาลโอบามา โดยที่ทำเนียบขาวไม่ได้รับทราบล่วงหน้า
ส่วนในยุคโจ ไบเดน ความสัมพันธ์ก็เริ่มสั่นคลอนเช่นกัน หลังเนทันยาฮูกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ระงับการส่งมอบอาวุธบางส่วนให้อิสราเอล ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนี
อ้างอิง : bbc.com