โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตลท.บินโรดโชว์ฮ่องกงต่อ พาบจ. 9-10 แห่งพบนลท.ต่างชาติ ดึงเม็ดเงินลงทุนระยะยาวเข้าไทย

efinanceThai

เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 06.21 น.

ตลท.บินโรดโชว์ฮ่องกงต่อ พาบจ. 9-10 แห่งพบนลท.ต่างชาติ ดึงเม็ดเงินลงทุนระยะยาวเข้าไทย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ค. 69 13:21 น.

ตลท.เตรียมโรดโชว์ฮ่องกงร่วมงาน UBS พร้อมพาบจ.ไทย 9-10 แห่งพบนักลงทุนต่างชาติ หลังทริปลอนดอนรับสัญญาณบวก นักลงทุนยุโรปสนใจหุ้นไทยเพิ่ม-มีรายใหม่ศึกษาลงทุน มองไทยยังเด่นด้าน Governance และเป็นฐาน New S-Curve ทั้ง Data Center, AI, Semiconductor และ EV ด้าน ไทยช่วยไทยพลัส มองช่วยประคองเศรษฐกิจ-ผลประกอบการระยะสั้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.69) ตลท. เตรียมเดินหน้าพบนักลงทุน (โรดโชว์) ที่ฮ่องกง เพื่อเข้าร่วมงานคอนเฟอเรนซ์ของ UBS โดยจะมีการขึ้นเวทีให้ข้อมูลและพบปะนักลงทุน ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.) ไปด้วยประมาณ 9-10 บริษัท นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อดึงภาครัฐออกไปโรดโชว์ร่วมกัน เพื่อนำเสนอข้อมูลของประเทศไทยให้นักลงทุนเพิ่มเติม

ด้านการโรดโชว์นักลงทุนต่างประเทศ ครั้งล่าสุด ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ผ่านมา มีสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยทีมนักลงทุนสัมพันธ์และผู้แทนจากไทยได้เข้าประชุมแบบเจาะลึก (One-on-one meeting) กับนักลงทุนสถาบันรายใหญ่อย่างน้อย 20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Long-only หรือนักลงทุนระยะยาวที่เน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและถือครองสินทรัพย์นานถึง 5-8 ปี

ซึ่งนักลงทุนยุโรปให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าจับตามองคือนักลงทุนรายใหม่ที่ไม่เคยลงทุนในไทยมาก่อน 2-3 ราย เข้ามาแสดงความสนใจศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุน ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการขยายฐานเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ เข้าสู่ประเทศ

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติสอบถามยังคงเป็นเรื่องแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย รวมถึงความสามารถของภาครัฐในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยนักลงทุนหลายรายมองว่า ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน หลังสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง และรัฐบาลมีแนวโน้มเดินหน้านโยบายต่าง ๆ ต่อเนื่อง

ทั้งนี้แม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์ที่กระทบภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยบางกรณี แต่นักลงทุนระยะยาวมองว่า เป็นเพียงกรณีเฉพาะราย 2-3 เท่านั้น ในภาพรวมไทยยังคงเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาล โดยอ้างอิงจาก S&P 500 Yearbook ที่ระบุว่าประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์ด้าน Governance ถึง 48 บริษัท ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 6 ของโลก

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงอยู่ในความสนใจ นอกเหนือจากจุดแข็งเดิมในกลุ่ม การแพทย์ (Health), อาหาร และการท่องเที่ยว แล้ว ไทยยังได้รับการจับตามองในฐานะฐานการลงทุนใหม่ของอุตสาหกรรมอนาคต หรือ New S-Curve เช่น Data Center, Semiconductor และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของเทคโนโลยี AI

ด้านแนวทาง "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่เน้นการช่วยเหลือภาคประชาชนและประคองเศรษฐกิจในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนนั้น มองว่าเป็นมาตรการที่จะสร้างการหมุนเวียนของเงินในตลาดผู้บริโภค (Multiplier effect) แม้อาจจะไม่ส่งผลต่อราคาหุ้นโดยตรงในทันที แต่เม็ดเงินอัดฉีดจะช่วยประคองผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนให้ดีขึ้นในระยะสั้น รองรับความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่อาจสูงขึ้นยาวนานกว่าที่คาด

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...