โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เพื่อนบ้านผวา! ลูกชายติดยาอาละวาดหนัก กระหน่ำฟันแม่ดับ ก่อนเดินวนรอบบ้านหน้าตาเฉย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 06.05 น. • meimei
พ.ต.ท.หญิง วีระญา คชบริรักษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆ่ากันเสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสาน พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ่มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.สิชล พร้อมกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสิชล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมนครศรีธรรมราช-สิชล เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.หญิง วีระญา คชบริรักษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆ่ากันเสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสาน พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ่มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.สิชล พร้อมกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสิชล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมนครศรีธรรมราช-สิชล เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบร่าง นางวรรณี (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องโถง สภาพศพถูกฟันด้วยมีดอีโต้บริเวณศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุยังเดินวนเวียนอยู่บริเวณรอบบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้ทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมศักดิ์มีพฤติกรรมติดยาเสพติดอย่างหนัก และมักมีอาการหลอนอยู่เป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้ถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษามาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเพิ่งเดินทางกลับจากศูนย์บำบัดแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ และกลับมาอาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน แต่ยังคงมีอาการคลุ้มคลั่ง กระทั่งก่อเหตุใช้มีดทำร้ายแม่จนเสียชีวิต

ขณะที่นายสมศักดิ์ให้การด้วยอาการสับสน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาฆ่าบุพการี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...