โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฟผ. ชู UGT Platform ทางเลือกไฟฟ้าสีเขียวหนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 มิถุนายน 2569 เวลา 7.14 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ตั๋วใบสำคัญ” ในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวนวัตกรรมที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถบริหารจัดการ “สิทธิสีเขียว” (Energy Attribute Certificates - EACs) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพด้วย

ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า"การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100) โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • UGT1 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา คือ การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องระบุเจาะจงแหล่งที่มา เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสรรโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิม 7 แห่ง สำหรับให้บริการ UGT1 ส่วนค่าบริการจะคำนวณจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติบวกด้วยค่า Premium ที่คิดตามหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ผู้ใช้บริการประสงค์ใช้บริการ ระยะเวลาสัญญา 1 ปี
  • UGT2 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา คือ การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่และกิจการเฉพาะอย่าง ผู้ใช้บริการสามารถระบุเจาะจงแหล่งที่มาได้โดยเจาะจงกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Portfolio) ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 245 แห่ง สำหรับค่าบริการจะเป็นอัตราใหม่ที่กำกับโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระยะเวลาสัญญา 10 ปี

การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว

กฟผ. ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาและดำเนินการ UGT จึงมุ่งมั่นสนับสนุนกลไก UGT ของประเทศ โดยพัฒนา UGT Platform แพลตฟอร์มกลางที่ดำเนินการเพื่อให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบ Bundled RECs หมายความว่า ผู้ซื้อไฟฟ้าจะได้ทั้งไฟฟ้าและใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) รวมมาในบิลค่าไฟใบเดียวกัน ทำให้สามารถนำไปใช้อ้างอิงการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากลในขอบเขต Scope 2 (การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) ตามมาตรฐานการทําบัญชีก๊าซเรือนกระจกสําหรับภาครัฐและเอกชน (Greenhouse Gas Protocol : GHG Protocol)

มั่นใจและโปร่งใสด้วยระบบจับคู่หน่วยพลังงานไฟฟ้า

หัวใจสำคัญที่ทำให้ UGT Platform ของ กฟผ. ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล คือ การใช้ระบบจับคู่หน่วยผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมนำส่งบริการในรูปแบบ Bundled RECs ทำให้มีความโดดเด่นในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น

- ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้าได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการส่งมอบใบรับรอง REC ให้แก่ผู้ใช้บริการ

- ป้องกันการเคลมสิทธิ์ซ้ำซ้อน (Anti-Double Counting) มีระบบป้องกันการนับซ้ำที่รัดกุม ประกันสิทธิการเป็นเจ้าของใบรับรอง REC เพียงรายเดียว

- กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด (Regulatory Oversight) ออกแบบให้ กกพ. ในฐานะผู้กำกับดูแล สามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้ทุกขั้นตอน

- ความถูกต้อง แม่นยำสูง (Multi-Party Verification) ผลการพิจารณาจับคู่พลังงานไฟฟ้าต้องผ่านการยืนยันข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อนการออกใบรับรอง

ตัวอย่างบิลค่าไฟฟ้าแบบ Bundle RECs

การันตีความสำเร็จระดับสากลด้วยรางวัล REM Asia Awards

ล่าสุด UGT Platform ของ กฟผ. ยังเป็น 1 ใน 8 นวัตกรรมโดดเด่นในตลาดพลังงานหมุนเวียนระดับเอเชีย ได้รับรางวัล 2026 REM Asia Awards จากเวที Renewable Energy Markets Asia ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยความโดดเด่นในการการพัฒนา UGT Platform ซึ่งมีกลไก Bundled RECs ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนตลาดพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชีย

(ภาพจาก https://www.renewableenergymarkets.com/asia/2026-awards)

ความมุ่งมั่นในการพัฒนา UGT Platform ของ กฟผ. เปรียบเสมือนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้าสีเขียวยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นกลไกตลาดอัจฉริยะตอบสนองความต้องการพลังงานสีเขียวที่โปร่งใส ตรวจสอบได้จากภาคธุรกิจไทย อันจะนำไปสู่การลงทุน การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ Net Zero อย่างยั่งยืนและมั่นคง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...