โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยอันดับ 2 โลก "Medical Tourism" ไม่ได้แค่เที่ยว แต่เลือกมารักษาด้วย

PPTV HD 36

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไทยคว้าอันดับ 2 โลก

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2026 จาก Travel And Tour World (TTW) สื่อด้านการท่องเที่ยวระดับโลก จากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สะท้อนความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพระบบสาธารณสุขไทย และเป็นผลจากการที่รัฐบาลเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น "Medical & Wellness Hub" อย่างต่อเนื่อง

ในการจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก ตุรกี ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ อินเดีย อันดับ 4 เม็กซิโก อันดับ 5 เกาหลีใต้ อันดับ 6 มาเลเซีย อันดับ 7 คอสตาริกา อันดับ 8 สิงคโปร์ อันดับ 9 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอันดับ 10 โคลอมเบีย สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

TTW ระบุว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการรักษาที่หลากหลาย ทั้งศัลยกรรมความงาม ทันตกรรม การรักษาโรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อ การรักษาภาวะมีบุตรยาก โรคมะเร็ง เวชศาสตร์ป้องกัน และบริการสุขภาพองค์รวม (Wellness) ประกอบกับการมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (JCI) บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ศูนย์วินิจฉัยขั้นสูง บริการผู้ป่วยหลายภาษา รวมถึงการให้บริการ Telemedicine และศูนย์ดูแลผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากผู้รับบริการทั่วโลก

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ประเทศไทยมีเมืองที่มีศักยภาพรองรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา นครราชสีมา หัวหิน ขอนแก่น หาดใหญ่ อุดรธานี และเกาะสมุย ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจร ทั้งด้านการรักษา การพักฟื้น และการท่องเที่ยว

การจัดอันดับดังกล่าวพิจารณาจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความน่าเชื่อถือของการรักษา ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ราคาค่ารักษาที่แข่งขันได้ ระยะเวลารอคอยที่เหมาะสม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการพักฟื้น ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งที่ประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายของรัฐบาล

"รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์และสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างงาน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ของโลกอย่างยั่งยืน" นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BDMS Wellness Clinic ลุย Roadshow นครเซี่ยงไฮ้ เดินหน้าขับเคลื่อนไทยศูนย์กลาง Wellness ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ผนึกภาครัฐ–เอกชน สร้าง Wellness Ecosystem

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยอันดับ 2 โลก "Medical Tourism" ไม่ได้แค่เที่ยว แต่เลือกมารักษาด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...