“ธนาธร” เปิดสูตรแก้น้ำท่วมกรุง! ชู AI-เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แทนแรงงานคนลอกท่อ ลั่นลดจุดเสี่ยงน้ำท่วมได้กว่า 10 เขต
“ธนาธร” ชูเทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม. ใช้เครื่องฉีดนํ้าแรงดันสูง แทนคนชักเย่อลอกท่อ ดึง AI ทำผังข้อมูลวัดระดับนํ้า ระบุ ช่วยลดพื้นที่เสี่ยงได้ 10 เขต จี้รื้อระบบจัดซื้อจัดจ้าง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวในหัวข้อ “การเมืองท้องถิ่นใกล้ตัวกว่าที่คิด ติดขัดกว่าที่เห็น” ในงานเมืองแคร์คน Policy Fest โดยนายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาน้ำท่วมของ กทม.ว่า ความยาวท่อระบายนํ้าของกรุงเทพมหานครทั้งหมดมีอยู่ 6,564 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนที่จัดจัดการโดยสำนักงานสำนักระบายน้ำของ กทม. และอีกส่วนหนึ่งบริหารโดยสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โครงสร้างพื้นฐานการระบายนํ้าที่เรามีอยู่ ไม่ได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยังเกิดปัญหาน้ำท่วมตามชุมชนและถนนต่างๆ แต่หาก เราสามารถใช้ของเดิมที่อยู่ให้มีประสิทธิภาพ เราจะลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้ 10 กว่าเขต โดยที่ไม่ต้องมีการลงทุนอะไรใหม่
นายธนาธร กล่าวต่อว่า ใน 1 ปี สำนักระบายนํ้าของ กทม.มีงบประมาณ 8,000 กว่าล้านบาท เป็นงบลอกท่อประมาณ 120 ล้านบาท ทำได้ประมาณ 3,811 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 58% ของความยาวท่อทั้งหมด แต่ยังใช้แรงงานคนในการลอกท่อระบายน้ำ โดยใช้ค้อนทุบเปิดฝาท่อ และใช้อุปกรณ์กระสวยแบบเก่า ที่ใช้แรงคนดึงชักเย่อเพื่อทำความสะอาดท่อ ซึ่งหลังจากที่ตนได้มีการทดลองทำโปรเจกต์ร่วมกับบริษัทเอกชน ด้วยการทดลองใช้อุปกรณ์เครื่องจักรฉีดน้ำแรงดันสูงทำความสะอาดท่อระบายนํ้า เปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมของ กทม. พบว่าสามารถทำได้รวดเร็วกว่า สะอาดกว่า ไม่ต้องใช้แรงงานคน และประหยัดงบประมาณกว่า
นายธนาธร กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้คือ สำนักระบายน้ำมีระยะทางท่อ 6 พันกว่ากิโลเมตร แต่รู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนตันหรือไม่ เพราะหากทำความสะอาดท่อที่ไม่ได้อุดตัน ก็สูญเสียงบประมาณและทรัพยากร และถ้าไม่ ทำความสะอาดท่อที่อุดตัน นํ้าก็จะยังขัง ดังนั้นการทำความสะอาดท่อระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ ต้องมีข้อมูลว่าควรทำที่ใดบ้าง โดยตนเสนอให้มีการใช้ AI Smart City แบบในต่างประเทศ ใช้เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำกับสิ่งอุดตันว่าห่างกันเท่าไหร่ ประมวลผลและส่งข้อมูลไปที่ศูนย์บัญชาการ หาก กทม.มีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวประมาณ 5 พันตัว ก็จะมีข้อมูลว่าตรงไหนต้องลอกท่อ
นายธนาธร กล่าวว่า ตามตรอกซอกซอยมีท่อขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งรถขนาดดูดทำความสะอาดใหญ่เข้าไม่ถึง ดังนั้นเราจำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อพัฒนาบริการ เพราะปัจจุบันรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้าง ทำเป็นโครงการแบบทีละ 500 เมตรในแต่ละซอย ทำให้ผู้รับเหมาไม่กล้าลงทุน ดังนั้นต้องการเปลี่ยนแปลงจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เอกชนกล้าลงทุน และเหมาะสมกับหน้างาน
นอกจากนี้ อีกปัญหาที่สำคัญคือ บ่อดักไขมัน ของตลาดที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กทม. ไม่สามารถดักไขมันได้ดีเท่าที่ควร ทำให้การระบายน้ำทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการกำจัดขี้เลน หรือสิ่งปฏิกูลหลังการลอกท่อ ถูกจัดการอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ เนื่องจาก กทม.ไม่มีการจัดหาให้มีที่ทิ้งอย่างถูกต้อง จนทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาชุมชนตามมา
นายธนาธร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองท้องถิ่นเป็นเรื่องใกล้ตัว หลายเรื่องไม่ใช่การเมืองระดับชาติ เรื่องท่อระบายน้ำในกรุงเทพฯ ใครเป็นนายกฯก็แก้ปัญหาไม่ได้ คนที่จะแก้ได้คือผู้ว่าฯ กทม. เวลาเราบอกถึงการเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนแปลงถึงสิ่งเล็กๆ แต่เมื่อทำบ่อยจนเกิดมาตรฐานใหม่ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำประปา การศึกษา การระบายน้ำ โดยเราต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน การจัดสรรงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น 28 มิ.ย.นี้ เปิดประตูให้พรรคประชาชนเข้าไปทำงาน เราต้องการความท้าทายที่ใหญ่กว่าเดิม เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยที่ดีกว่านี้เป็นไปได้
#ธนาธร #ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ #คณะก้าวหน้า #พรรคประชาชน #เลือกตั้งกทม2569 #ผู้ว่ากทม #กรุงเทพมหานคร #น้ำท่วมกรุงเทพ #แก้น้ำท่วม #ลอกท่อ #AI #SmartCity #เมืองอัจฉริยะ #เทคโนโลยีเพื่อประชาชน #PolicyFest #เมืองแคร์คน #จัดซื้อจัดจ้าง #งบประมาณกทม #ระบบระบายน้ำ #น้ำรอระบาย #เซ็นเซอร์อัจฉริยะ #ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน #ข่าวการเมือง #ข่าวกทม #ข่าววันนี้ #เลือกตั้งท้องถิ่น #พัฒนาเมือง #บริหารเมือง #กรุงเทพฯ #อนาคตกรุงเทพ #ThailandSmartCity #LocalGovernment #UrbanDevelopment #BangkokFlood #AIThailand #ข่าวการเมืองล่าสุด