โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘พิพัฒน์’ มอบนโยบายการทางพิเศษฯ เร่งเปิดทางด่วนใหม่แก้รถติด

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

“พิพัฒน์” มอบนโยบายการทางพิเศษฯ เร่งเปิดทางด่วนใหม่แก้รถติด ย้ำก่อสร้างต้องปลอดภัย พร้อมดัน Easy Pass สู่ทางด่วนรักษ์โลก

วานนี้ (14 พ.ค.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยมี นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ กทพ. นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ กทพ. ให้การต้อนรับ ณ อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ.

พิพัฒน์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่ง กทพ. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและบริหารโครงข่ายทางพิเศษให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต โดยขอให้ กทพ. ดำเนินการ ดังนี้

1) เร่งรัดดำเนินโครงการตาม Quick-win ให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ประชาชนรอคอย โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนการดำเนินงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ถนนพระราม 2 ต้องมีการบริหารจัดการจราจรระหว่างก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินงานตามมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด

2) เร่งผลักดันโครงการใหม่ เพื่อขยายโครงข่ายรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเมือง อาทิ การแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเร่งรัดโครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ – สุวรรณภูมิ และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก พร้อมเน้นย้ำให้พิจารณาโครงการในอนาคตอย่างรอบคอบและรัดกุม โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9 ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดการดำเนินงานอย่างถี่ถ้วน

3) เร่งผลักดันโครงการเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในภูมิภาค ได้แก่ โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ และเตรียมความพร้อมในการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการร่วมลงทุนโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตทั้ง 2 ระยะ รองรับการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจในระยะยาว

พิพัฒน์

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า กทพ. พร้อมนำนโยบายที่ได้รับไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งด้านงานก่อสร้าง การบริหารจัดการจราจรและการให้บริการแก่ประชาชน ปัจจุบัน กทพ. ได้มีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ อาทิ การส่งเสริมระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass และการพัฒนาบริการผ่าน แอปพลิเคชัน EXAT Portal ให้ทันสมัย ใช้งานได้ง่ายขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางพิเศษให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass ประมาณร้อยละ 57.61% ของปริมาณการจราจรทั้งหมด และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้ Easy Pass เป็นร้อยละ 70 ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ลดปัญหาการจราจรบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชน นอกจากนี้ กทพ. ยังมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวทาง Green Transport และเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608 ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดมาใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) บนอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษและด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ การปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าและแสงสว่างเป็นหลอด LED การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายในองค์กร รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งาน ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass เพื่อช่วยลดการจราจรติดขัดและลดการจอดชำระเงินสดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง

ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษจากการเดินทาง รวมถึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกในงานก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา ควบคู่กับการดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบทางพิเศษของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

พิพัฒน์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...