“บอนด์ยีลด์โลก” พุ่ง วิตกเงินเฟ้อฝังตัว ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด
"บอนด์ยีลด์โลก" พุ่ง นำโดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับขึ้นแตะ 4.05% ขณะที่อายุ 10 ปี ใกล้ระดับ 4.52% วิตกเงินเฟ้อฝังตัว-ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.20 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงเพิ่มความกังวลว่า เงินเฟ้ออาจยืดเยื้อและทำให้อัตราดอกเบี้ยต้องอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด
*อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับขึ้นแตะ 4.05% ขณะที่ พันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับใกล้ระดับ 4.52% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทาน หลังช่องแคบฮอร์มุซยังปิดเป็นเวลานานจากวิกฤตตะวันออกกลาง*
แรงกดดันยังลามไปยังตลาดพันธบัตรประเทศอื่น ๆ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้น หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของญี่ปุ่นออกมาสูงเกินคาด เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ด้านออสเตรเลีย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ฟิวเจอร์สพันธบัตรยุโรปปรับลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหราชอาณาจักรที่กดดันนักลงทุนในตลาดพันธบัตรอังกฤษ
ปราชานต์ นิวานา นักกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ TD Securities กล่าวว่า การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ทั่วโลกเริ่มน่ากังวล “หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน มันอาจกลายเป็นตะปูตัวสุดท้ายสำหรับตลาดพันธบัตร”
แรงเทขายในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม จากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อและผลักต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลทั่วโลกให้สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์นี้ยังสะท้อนว่า เงินเฟ้อเริ่มฝังตัวมากขึ้น ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกอาจใช้นโยบายการเงินเข้มงวดนานขึ้นในปีนี้
เคนเนธ ครอมป์ตัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยของ National Australia Bank กล่าวว่า ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝังตัวกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ญี่ปุ่นและอังกฤษเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อจากปัจจัยการคลังอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจัยเดียวกันกำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐเช่นกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com