โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ถก "เจ้าสัว" ห่วงเงินเฟ้อ ทุบค่าครองชีพ ชงควบรวมกิจการ หนุนไทยสู่ฮับการเงิน "หอการค้า"เสนอเร่งกู้วิกฤต-ปราบคอร์รัปชัน

สยามรัฐ

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 23.05 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 15.22 น.

">

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569ิ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน “The Listening Forum : Voices to the PM – ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง”ว่า ภาคเอกชนแสดงความเป็นห่วงถึงวิกฤตการณ์ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านตัวเลข GDP เท่านั้น แต่เป็นวิกฤตเรื่องค่าครองชีพ และปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนระดับฐานรากและผู้ประกอบการ SME

“ภาคเอกชนแสดงความเป็นห่วงว่าภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะกระทบต่อคนตัวเล็กที่ไม่มีเกราะป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน สมาพันธ์ SME ได้เสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ สมาคมธนาคารไทยได้เสนอแนวคิดในที่ประชุมว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางทางการเงินในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้มีกลุ่มทุนและนักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาการย้ายฐานและโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางรองรับความต้องการเหล่านี้

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางเชิงรุกเพื่อให้ภาคธุรกิจไทยมีความแข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันในระดับสากล โดยสนับสนุนการควบรวมกิจการ ไม่เพียงเฉพาะในภาคการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อสร้างกิจการที่ "ใหญ่และแข็งแกร่งพอ" ในการก้าวออกไปแข่งขันและเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ท่าเรือระนอง และเส้นทางรถไฟ “Missing Link” (ชุมพร-ระนอง) เพื่อเชื่อมต่อการค้าจากภาคเหนือลงสู่ฝั่งอันดามัน ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

“ภาคเอกชนเชื่อมั่นว่าหากไทยสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของอาเซียนอีกครั้ง”

ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการหารือระหว่างภาครัฐและเอกชนว่า หอการค้าฯ ได้มีการเสนอการผลักดันเรื่องเกษตรเป็นหลัก หากไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องเกษตรได้ดี มีผลอันตรายมาก ฉะนั้นต้องเร่งแและเร็ว ทั้งเรื่องสินค้าต้นทุนต่ำ และราคาตลาดที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ และยังมีเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งสำคัญมากเพราะมันเป็นวาระแห่งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...