โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมอเตือน "3 ภาชนะยอดฮิต" เจอความร้อน-ของเปรี้ยว ปล่อยสารก่อมะเร็งทันที

sanook.com

เผยแพร่ 19 มิ.ย. เวลา 13.25 น. • Sanook
ระวังมะเร็งไม่รู้ตัว! หมอเตือน

ระวังมะเร็งไม่รู้ตัว! หมอเตือน "3 ภาชนะยอดฮิต" อันตรายกว่าพลาสติก เจอความร้อน-กรดปล่อยสารพิษทันที

ในการใช้ชีวิตประจำวัน "ภาชนะใส่อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม กล่องข้าว หรือแก้วน้ำ ถือเป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน แต่หากเลือกใช้ผิดประเภทหรือผิดวัสดุ ก็อาจเป็นการสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว

ล่าสุด นพ.หลี่ซือเสียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ภาชนะในบ้านมีระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกกระตุ้นด้วย "ความร้อนสูง" และ "อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด"

ภาชนะบางชนิดจะปล่อยสารก่อมะเร็ง สาร plasticizer (สารทำให้นิ่ม) หรือโลหะหนักออกมาทันที พร้อมแนะนำให้ประชาชนเร่งเปลี่ยนมาใช้แก้วและสเตนเลสเพื่อความปลอดภัย

เช็กด่วน! "3 ภาชนะอันตราย" ที่คุณหมอสั่งเลี่ยงเด็ดขาด

คุณหมอหลี่ซือเสียนได้เจาะลึกถึงภาชนะ 3 ชนิดที่พบบ่อยมาก แต่แฝงภัยเงียบที่น่ากลัว และแนะนำว่า "ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานให้มากที่สุด" ได้แก่:

  • 1. กล่องโฟม: กล่องใส่อาหารที่ชาวออฟฟิศและสายซื้อกลับบ้านคุ้นเคยดี เมื่อกล่องโฟมสัมผัสกับอาหารที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ ที่มีความร้อนและน้ำมันสูง จะละลายและปล่อยสาร "สไตรีน" ซึ่งเป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก่อมะเร็งออกมาปนเปื้อนในอาหาร
  • 2. จานชามเมลามีน: หรือชามพลาสติกเนื้อหนาเลียนแบบเซรามิกที่ร้านอาหารนิยมใช้ เนื้อแท้ของมันคือ "ฟอร์มาลดีไฮด์เรซิน" เมื่อนำมาใส่ของร้อนจัด หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น ต้มยำ น้ำแกงส้ม หรืออาหารใส่น้ำส้มสายชู สารฟอร์มาลดีไฮด์จะละลายออกมา โดยมีโอกาสพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานถึงหลายสิบเท่า
  • 3. พลาสติก PVC: มักพบในรูปแบบของฟิล์มถนอมอาหารรุ่นเก่า ซึ่งมีสาร Plasticizer ที่เข้าไปรบกวนระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนในร่างกาย แม้ปัจจุบันจะมีการลดการใช้ในอุตสาหกรรมอาหารลงแล้ว แต่ผู้บริโภคยังคงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้งาน

iStockphoto

กลุ่ม "ปลอดภัยแบบมีเงื่อนไข" ชี้พลาสติกเวฟได้ยังปล่อยไมโครพลาสติก

นอกจากนี้ คุณหมอยังจัดกลุ่มภาชนะประเภท "ปลอดภัยแบบมีเงื่อนไข แต่ต้องระวังในการใช้" ประกอบด้วย:

  • ขวดพลาสติก PET: หากถูกทิ้งไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดดร้อนจัด หรือนำกลับมาใช้ซ้ำด้วยการใส่น้ำร้อน จะเสี่ยงต่อการปล่อยไมโครพลาสติกและโลหะหนักประเภท "สารพลวง" ออกมา
  • กล่องพลาสติก PP กล่องอุ่นไมโครเวฟ: แม้จะมีการโฆษณาว่าสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย แต่ผลการวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค้ำประกันแล้วว่า หลังการผ่าความร้อน พลาสติก PP ก็ยังคงปล่อยอนุภาคไมโครพลาสติกออกมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญของมนุษย์
  • ภาชนะอลูมิเนียม: หากนำไปใส่ของเปรี้ยวหรืออาหารที่มีกรดสูง เช่น มะเขือเทศ หรือน้ำส้มสายชู จะเกิดการกัดกร่อนและปล่อยประจุอลูมิเนียมออกมา ยิ่งถ้าผิวภาชนะมีรอยขีดข่วน ความเสี่ยงในการปนเปื้อนจะยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ

เปิดโฉม "ภาชนะปลอดภัยเกรดพรีเมียม" ที่หมอแนะนำให้ลงทุน

เพื่อยกระดับความปลอดภัยในบ้าน คุณหมอหลี่ซือเสียนแนะนำภาชนะทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและคุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาวดังนี้:

วัสดุที่แนะนำ คุณสมบัติและความปลอดภัย แก้ว มีความเฉื่อยทางเคมีสูงมาก แทบไม่มีการละลายของสารใดๆ ออกมาเลย ปลอดภัยที่สุด ควรเลี่ยงประเภทแก้วคริสตัลที่มีส่วนผสมของตะกั่ว สเตนเลส แนะนำให้เลือกซื้อสเตนเลสเกรดอาหาร รหัส 304, 314 หรือเกรดที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงพิเศษอย่าง 316 ไทเทเนียม เป็นโลหะที่มีความเฉื่อยสูงที่สุดในปัจจุบัน ไม่ปล่อยสารเคมีใดๆ ออกมาเลย แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพระยะยาว เซรามิก ตัววัสดุมีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อควรระวังคือ หากจานชามมีสีสันฉูดฉาดเกินไป สารเคลือบเงาอาจมีส่วนผสมของตะกั่วหรือแคดเมียม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเกรดอาหาร

คุณหมอหลี่ซือเสียน สรุปหลักการเลือกง่ายๆ ทิ้งท้ายไว้ว่า "เมื่อใดที่มีความร้อนสูง เจอกับอาหารที่เป็นกรด เมื่อนั้นคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดที่สารพิษจะละลายออกจากภาชนะ" การเริ่มต้นเปลี่ยนมาใช้จานชามแก้วหรือสเตนเลส และลดการใช้พลาสติกกับของร้อน จึงเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดในการปกป้องตัวคุณเองและคนที่คุณรักจากโรคร้ายแรงในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...