ส่องงานคราฟต์ เวิร์กชอปศิลปะ ฟังดนตรีบนผืนหญ้า กับ 'เทศกาลปิกนิกกลางป่า'
มนุษย์ศตวรรษที่ 21 อาจกำลังเผชิญภาวะ Nature Deficit Disorder หรือโรคขาดธรรมชาติขั้นรุนแรง เราเสพติดความเร็ว โซเชียล ไถหน้าจอจนสมองหลั่งโดปามีนไม่ทัน และลึก ๆ แล้ว Gen Z ไปจนถึง Millennials กำลังโหยหาการ 'Log out' จากโลกที่หมุนไว ไปสู่จังหวะที่ช้าลง และ ‘พื้นที่ให้หายใจ’ เพื่อกู้คืนจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าจาก Toxic Productivity
ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ Happitat จับมือกับ GROUNDCONTROL ชวนคนเมืองออกจากจอมือถือ แล้วกลับมาใช้เวลากับผู้คนรอบตัวอีกครั้ง ผ่าน ‘The Field Society’ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวใจกลางบางนาให้กลายเป็นสนามปิกนิก ได้ใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือแม้แต่น้องหมาน้องแมวคู่ใจ พร้อมเทศกาลไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่
ภายในงานถูกออกแบบมาเพื่อบำบัด 'ความเร่งรีบ' ของคนเมือง ผ่าน 9 กิจกรรมไฮไลต์ที่จะคืน ‘พื้นที่หายใจ’ ที่เหนื่อยล้าจาก Toxic Productivity มาทั้งสัปดาห์
เมื่อ 'ความคราฟต์' คือภาษาพูดใหม่ของคนยุคนี้
1. Curated Lifestyle Market
ตลาดเล็กกลางธรรมชาติที่รวมร้านคราฟต์ แฟชั่น ของแต่งบ้าน อาหาร และเครื่องดื่มกว่า 80 ร้านที่คัดสรรมาอย่างดี โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีสตอรี่ของตัวเอง จึงเหมือนการเดินชมเซนส์และรสนิยมของผู้คน พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ไว้ในพื้นที่เดียว ท่ามกลางต้นไม้และสนามหญ้า
2. The Field Picnic
หัวใจของงานคือกิจกรรมปิกนิกกลางผืนป่า ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนหยิบเสื่อผืนโปรดออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าจะมากับครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือสัตว์เลี้ยงคู่ใจ พร้อมไวน์ ชีสบอร์ด และ cold cuts ที่ช่วยเปลี่ยนบ่ายธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อนแสนพิเศษ
นิทานบำบัด และความโหยหาวัยเด็กที่อิสระ
3. Landmark in The Forest
กลางพื้นที่สีเขียวจะมี Art Installation รูปเห็ดยักษ์สูงกว่า 4 เมตร รายล้อมด้วยดอกไม้และตัวละครแฟนตาซี ราวกับหลุดเข้าไปในนิทานเด็ก ทางจิตวิทยาพฤติกรรมนี้เรียกว่า Kidult (Kid + Adult) คือการที่ผู้ใหญ่โหยหาความอบอุ่นในวัยเยาว์เพื่อหลีกหนีจากความเหน็ดเหนื่อย หรือความเป็นจริงที่โหดร้าย เป็นอีกมุมที่ตั้งใจสร้างทั้งความอบอุ่นและโมเมนต์สำหรับเก็บภาพความทรงจำ
4. Immersive Experience
ใครอยากหลบจากโลกจริงชั่วคราว สามารถเดินเข้าสู่ “Fairy Circle” ภายใน Lumis Theater Hall พื้นที่แฟนตาซีที่เต็มไปด้วยแสง สี ดอกไม้ และการได้ปล่อยจินตนาการด้วยการระบายสีเรืองแสงลงบนการ์ดเห็ด มันคือการปลดล็อก Inner Child หรือเด็กน้อยในตัวเราให้ได้ออกมาวิ่งเล่นอีกครั้ง
ศิลปะบำบัดได้ในยุคที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัล
5. Art & Lifestyle Workshop
การได้กลับมาจับพู่กันผ่านเวิร์กช็อปที่ถูกออกแบบมาให้ทุกวัยใช้เวลาร่วมกัน ตั้งแต่ Face Painting เวิร์กช็อปสำหรับเด็กโดย ‘จี๊ป – ภาสินี คงเดชะกุล’ เวิร์กช็อปดอกไม้จาก Flower in Hand ไปจนถึงงานคราฟต์จาก Craftfeteria
6. Free Activity
อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือการทำภาพพิมพ์แกะยาง (Linocut) บนผืนผ้าสีเขียวขนาดใหญ่ ที่เปิดให้ทุกคนร่วมกันร่วมกันแสตมป์ลวดลาย สร้างโลกของ The Field Society ผ่านลวดลายต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ต่างๆ ตามจินตนาการของตัวเอง
7. Stamp Postcard
เปลี่ยนการเดินชมงานให้กลายเป็นการผจญภัยย่อย ๆ ด้วย Stamp Station ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ให้ผู้ร่วมงานเดินสะสมลวดลายให้ครบ ก่อนประกอบเป็นโปสต์การ์ดใบพิเศษที่สามารถเก็บกลับบ้านเป็นความภูมิใจเล็กๆ
คลื่นความถี่เพื่อการหลั่งเอนดอร์ฟิน
8. Live Performance, Music & DJ Sessions
ตลอดทั้งวันจะมีการแสดง Interactive สำหรับทุกเจเนอเรชัน ทั้งโชว์ลูกโป่ง Juggling และมายากล ไปจนถึงบีทเพลงช่วงเย็นจากไลน์อัปดีเจและศิลปินอย่าง เอ้ The Voice, Tissue Issue, Mut Matthew และ H I N A N O ดนตรีสดท่ามกลางธรรมชาติ ที่จะช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาพักผ่อนให้มีชีวิตชีวามากขึ้น
และสิ่งที่น่ารักที่สุดคือ งานนี้ Pet-Friendly แบบจริงจัง เพราะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สมาชิกสี่ขาเท่านั้น แต่คือสมาชิกในครอบครัว โซน Pet Park จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งถุงขยะ ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง และรถเข็นสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่
The Field Society จะจัดขึ้นเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์สิ้นเดือนนี้ วันที่ 23 - 24 และ 30 - 31 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลาเวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Festie Town ภายในโครงการ Happitat และพื้นที่ธรรมชาติของ Forest at The Forestias บางนา
การได้มี ‘ความสุข’ กับครอบครัว ไม่จำเป็นต้องมีเวลามากๆ หรือเดินทางไกลๆ บางครั้งแค่มีสนามหญ้า เสียงดนตรี ลมเย็นๆ และเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องเร่งรีบ ก็อาจเพียงพอแล้วสำหรับการรีชาร์จชีวิตในสุดสัปดาห์นี้