พิพัฒน์ สั่ง รฟท.ศึกษา ยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน - เยียวยาผู้เสียชีวิต 2.39 ล้านบาท
พิพัฒน์ สั่ง รฟท. ศึกษาแผนยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในภายใน 3 เดือน-เยียวยาผู้เสียชีวิต 2.39 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แถลงข่าว ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุทางรถไฟ บริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
เบื้องต้นตนได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางลดการเดินรถไฟเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออกและสายใต้-ตะวันตก ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟจำนวนมาก คาดว่า จะใช้ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 เดือน โดยอาจกำหนดให้ขบวนรถสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง แล้วเชื่อมต่อเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือรถเมล์ ขสมก. ขณะที่สายใต้และสายตะวันตกอาจหยุดที่สถานีตลิ่งชัน เพื่อเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถโดยสารสาธารณะ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะพิจารณามาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับภาระเพิ่มขึ้น หากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่หากผลศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 14 คน มีรองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน โดยลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการแล้ววันนี้ และคาดว่าจะสรุปผลได้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ เรื่องความรับผิดชอบ หากเกิดจากความละเลยจากตนเองก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบ
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจ่ายเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
สำหรับผู้เสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวมรายละ 2,390,000 ล้านบาท รวม เงินสมทบเพิ่มเติม ขณะที่ค่าทำศพสามารถเบิกได้ตามจริงทั้งหมด โดย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะจ่ายรวม 1,750,000 บาทล้านบาท ประกอบด้วย ค่าสินไหมจากประกันภัยและ พ.ร.บ. จำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายภายใน 7 วัน เงินช่วยเหลือจากภาคีเครือข่ายอีก 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าจัดการศพทั้งหมด
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะจ่ายเงินช่วยเหลือรวม 340,000 บาท แบ่งเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่มเติมอีก 260,000 บาท ภายหลังการพิสูจน์สิทธิทายาทแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังจะได้รับเงินสมทบพิเศษอีก 300,000 บาท จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขสมก.จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง ตั้งแต่ 80,000-1,000,000 บาท หากค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนด ขสมก.จะรับผิดชอบส่วนต่างทั้งหมด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจากภาคีเครือข่ายอีก 30,000 บาท และเงินจากกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท ด้าน รฟท. จะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บรายละ 5,000 บาท และจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมตามระดับอาการ สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ในกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเข้ารักษาในห้อง ICU
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟระดับดินว่า ปัจจุบันทางตัดสายเหนือและสายอีสานรวม 8 จุด ได้แก้ไขโดยใช้ทางยกระดับสายสีแดงแล้ว คงเหลือสายตะวันออก 16 จุด และสายตะวันตก/ใต้ 3 จุด ที่ยังรอการก่อสร้างช่วง Missing Link กระทรวงคมนาคมจึงได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 มิติหลัก ดังนี้
1.มิติที่ 1 รถไฟโดยสาร (ขนส่งคน) ในระยะเร่งด่วนจะบังคับใช้กฎเหล็ก “ไม้กั้นไม่ลง ขบวนรถไฟห้ามเคลื่อนตัวเด็ดขาด” พร้อมเชื่อมต่อระบบสัญญาณให้ซิงค์กับไฟจราจร และขอความร่วมมือประชาชนหยุดรถหลังเส้นทะแยงสีเหลือง ระยะกลางปรับแผนห้ามรถไฟทางไกลและชานเมืองวิ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยให้ขบวนรถสายตะวันตกและสายใต้หยุดให้บริการที่ “สถานีตลิ่งชัน” เพื่อต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายตะวันออกให้หยุดที่ “สถานีลาดกระบัง” เพื่อต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือใช้รถ ขสมก. รับส่งเข้าเมืองแทน ซึ่งรัฐบาลจะนำระบบตั๋วร่วมมาดูแลควบคุมค่าโดยสารไม่ให้เพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่วนระยะยาวจะเร่งรัดโครงการทางรถไฟยกระดับช่วง Missing Link (พญาไท-ยมราช-สถานีกลางฯ) ให้แล้วเสร็จ ดันสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นสถานีปลายทางหลัก และจะยกเลิกการใช้งานสถานีหัวลำโพงในอนาคต
2.ขณะที่ มิติที่ 2 รถไฟสินค้า (ขนส่งสินค้า) ในระยะเร่งด่วน สั่งหยุดขบวนรถสินค้าเข้าเขตเมืองชั้นในทันที ซึ่งลดปริมาณรถได้ 10 ขบวน/วัน โดยให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีรอบนอก (ICD ลาดกระบัง, บ้านภาชี, นครปฐม) แล้วใช้รถบรรทุกขนาดเล็กกระจายสินค้าแทน พร้อมออกคำสั่งห้ามรถขนส่งน้ำมันวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ เด็ดขาด สำหรับขบวนรถสินค้าอื่นที่จำเป็นต้องเข้าเมืองจะอนุญาตให้วิ่งเฉพาะช่วงเวลากลางคืนควบคู่กับการใช้ระบบไม้กั้นอย่างเข้มงวด ส่วนระยะยาวจะเร่งพัฒนาถนนวงแหวนรอบที่ 3 (MR10) ตามแผน MR-Map เพื่อให้รถสินค้าวิ่งเลี่ยงเมือง (Bypass) ทั้งหมด และสร้างศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าเชื่อมต่อระบบราง-ถนน-น้ำในพื้นที่ปริมณฑลต่อไป
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงว่า พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ต้องผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเป็นพนักงานขับรถ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและสารเสพติดตามมาตรฐาน ปัจจุบัน รฟท.มีพนักงานขับรถประมาณ 911 คน จากกรอบอัตรา 1,200 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการออกใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยได้ส่งรายชื่อให้กรมการขนส่งทางรางแล้ว 591 ราย และคาดว่าจะดำเนินการรับรองครบภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้
นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นถนนแล้ว โดยผลตรวจเบื้องต้นพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในร่างกายพนักงานขับรถไฟ โดยได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากงานเดินรถชั่วคราวระหว่างสอบสวน นอกจากนี้ รฟท.ยังเตรียมปรับแผนการเดินรถสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ให้เดินรถเฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงการจราจรหนาแน่น รวมถึงเตรียมนำระบบอัตโนมัติ ATP มาเชื่อมการทำงานร่วมกับเครื่องกั้นถนนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 2-3 ปี
ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวงจารุพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ขสมก.มีมาตรการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดเสี่ยงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิพัฒน์ สั่ง รฟท.ศึกษา ยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน – เยียวยาผู้เสียชีวิต 2.39 ล้านบาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th