โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สยองญี่ปุ่น! สาวใหญ่ใช้เข็มเย็บปากรูมเมท จนพูดไม่ได้ อาศัยทีเผลอหนีตาย รอดมาได้

Thaiger

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.49 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมหญิงวัย 49 ปี ใช้เข็มเย็บปากรูมเมท เหยื่ออาศัยจังหวะเผลอ วิ่งหนีเข้าร้านค้า ชูกระดาษขอความช่วยเหลือพนง. เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลสอบปมกักขังหน่วงเหนี่ยว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีสะเทือนขวัญ กรณีตำรวจเมืองโคกะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น จับกุมมาซาเอะ ซากุราอิ หญิงวัย 49 ปี ประกอบอาชีพพนักงานพาร์ทไทม์ เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังก่อเหตุใช้เข็มและด้ายเย็บริมฝีปากบนและล่างของหญิงวัย 42 ปีที่อาศัยอยู่ร่วมกันจนได้รับบาดเจ็บ

เหยื่ออาศัยจังหวะที่ผู้ก่อเหตุออกไปข้างนอก วิ่งหลบหนีไปที่ร้านค้าใกล้บ้าน เนื่องจากริมฝีปากติดกันจนไม่สามารถพูดได้ จึงใช้วิธีเขียนข้อความลงบนกระดาษว่า “ช่วยด้วย” แล้วยื่นให้พนักงานในร้านดูเพื่อขอความช่วยเหลือ

ในเวลาต่อมาเหยื่อให้การกับตำรวจว่าย้ายมาอาศัยอยู่กับผู้ก่อเหตุตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว สาเหตุที่ไม่หนีออกมาทันทีเป็นเพราะรู้สึกหวาดกลัวผู้ก่อเหตุอย่างมาก

ขณะที่เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่าช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดเหตุ เคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งยอง ๆ อยู่หน้าบ้านคนเดียวท่ามกลางความมืดตั้งแต่กลางคืนจนถึงเช้า แม้ฝนจะตกหนักก็ยังนั่งตากฝนอยู่แบบนั้นหลายวัน เพื่อนบ้านรู้สึกผิดปกติแต่ไม่กล้าเข้าไปทักหรือแจ้งตำรวจ

ปัจจุบันตำรวจยังไม่เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพหรือไม่ เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลสืบสวนเพิ่มเติมในประเด็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวและตรวจสอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ นอกจากนี้ตำรวจคาดว่าอาจมีบุคคลอื่นอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย และกำลังเร่งสอบสวนรายละเอียดทั้งหมดเพื่อคลี่คลายคดี

ข้อมูลจาก : yahoo และ newsdig

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...