นักดาราศาสตร์ค้นพบ “แอนดรอเมดา 36” กาแล็กซีแคระโบราณที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยพบ
ความลึกลับของเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดอย่าง กาแล็กซีแอนดรอเมดา (Andromeda Galaxy) ถูกเปิดเผยขึ้นอีกขั้น เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติประสบความสำเร็จในการค้นพบกาแล็กซีบริวารดวงใหม่ที่มีความมืดมิดและจางแสงเป็นพิเศษ ซึ่งเปรียบเสมือนฟอสซิลที่มีชีวิตจากยุคเริ่มแรกของจักรวาล การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตความรู้เกี่ยวกับการก่อตัวของกลุ่มดาว แต่ยังเป็นกุญแจดอกสำคัญในการพิสูจน์สมมติฐานเกี่ยวกับวัตถุปริศนาที่มองไม่เห็นในอวกาศอีกด้วย
วัตถุอวกาศเกิดใหม่ที่ถูกค้นพบในครั้งนี้มีชื่อว่า แอนดรอเมดา 36 (Andromeda XXXVI) จัดเป็นกาแล็กซีแคระชนิดมืดมิดเป็นพิเศษ (Ultra-faint Dwarf Galaxy) ซึ่งถูกตรวจพบผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทางภาพถ่ายอย่างละเอียดร่วมกับการใช้เครื่องมือโอสิริส (OSIRIS) บนกล้องโทรทรรศน์กานกานาเรียส (Gran Telescopio Canarias) กล้องโทรทรรศน์เชิงแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10.4 เมตร ณ หมู่เกาะคะแนรี ประเทศสเปน ความน่าทึ่งของกาแล็กซีแคระดวงนี้คือความมืดมิดและขนาดที่เล็กมากจนนักวิจัยสามารถจำแนกดาวฤกษ์ในระบบของมันได้เพียง 46 ดวงเท่านั้น แตกต่างจากกาแล็กซีแคระทั่วไปที่มักประกอบด้วยดาวฤกษ์นับพันดวงหรือมากกว่านั้น โดย โจแอนนา ซาโคฟสกา (Joanna Sakowska) นักวิจัยหลักจากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งอันดาลูเซีย ระบุว่ากาแล็กซีแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ถึงประมาณ 12,500 ล้านปี และแทบไม่มีธาตุหนักเป็นองค์ประกอบอยู่เลย
เหตุผลที่นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ให้ความสนใจกาแล็กซีจิ๋วที่หรี่แสงเช่นนี้ เป็นเพราะพวกมันคือเครื่องมือชั้นยอดในการทดสอบแบบจำลองจักรวาลวิทยามาตรฐาน (Lambda-Cold Dark Matter) ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ทำนายว่ากาแล็กซีมวลมากอย่างทางช้างเผือก (Milky Way) หรือแอนดรอเมดา ควรจะถูกห้อมล้อมด้วยกาแล็กซีบริวารขนาดเล็กนับหลายร้อยดวง ทว่าที่ผ่านมามนุษย์กลับประสบปัญหาในการตามหาดาวบริวารเหล่านี้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของสสารมืด (Dark Matter) ภายในระบบได้เข้าไปกดดันและยับยั้งการก่อตัวของดาวฤกษ์ ส่งผลให้พวกมันมืดมิดจนแทบสังเกตไม่เห็น การค้นพบแอนดรอเมดา 36 จึงช่วยเติมเต็มจำนวนดาวบริวารที่ขาดหายไป และช่วยลดความเคลือบแคลงใจในแบบจำลองโครงสร้างจักรวาลลงไปได้มาก
ก้าวต่อไปของทีมนักวิจัย คือการเฝ้ารอข้อมูลการสังเกตการณ์ที่มีความละเอียดสูงยิ่งขึ้นจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศชั้นนำอย่างกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) เพื่อคำนวณระยะห่าง อายุที่แน่นอน และองค์ประกอบทางเคมีอย่างแม่นยำ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุได้ว่า กาแล็กซีแคระโบราณดวงนี้ได้รับผลกระทบจากยุคการแผ่รังสีซ้ำของเอกภพ (Reionization) ในช่วงปฐมกาลอย่างไร และช่วยขยายพรมแดนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของระบบสุริยะและกาแล็กซีต่าง ๆ ในอนาคต
👨🚀 ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today
- Andromeda's Newest Dwarf Galaxy is Extremely Dim