ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ พบหลักฐานมัดแน่น 4กลุ่มกระทำผิด
ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ พบหลักฐานมัดแน่น 4กลุ่มกระทำผิด อธิบดีกรมปกครองท้องถิ่นไม่รอด โดนตั้งสอบด้วย เตรียมเรียกตำรวจ-กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมทีมไต่สวน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แถลงกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทุจริตจัดสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบ และเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ เพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเรื่องดังกล่าวแล้ว จากข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน มีพยานหลักฐานเพียงพอดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ อยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง เข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษ จึงนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ
นายสุรพงษ์กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2. กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบ และประกาศผลสอบ 3. กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ 4. บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยป.ป.ช.จะประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าวมาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวน ต่อไป