โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ที่ไทยมีครบ เปิดชื่อ "12 ผักสุดอึด" เก็บได้นานข้ามสัปดาห์ แถมสารอาหารแน่นปึ้ก

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดโผ “12 ผักสุดอึด” เก็บได้นานข้ามสัปดาห์ นักโภชนาการแนะซื้อติดตู้เย็นช่วงมรสุม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

เปิดโผ “12 ผักสุดอึด” เก็บได้นานข้ามสัปดาห์ นักโภชนาการแนะซื้อติดตู้เย็นช่วงมรสุม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุม มีการแจ้งเตือนภัยพายุหรือฝนตกหนักต่อเนื่อง สิ่งที่บรรดาแม่บ้านและคนไทยตื่นตัวกันมากที่สุดคือการรีบออกไปจับจ่ายซื้อของสดกักตุน เพราะหวั่นเกรงว่าหลังจากน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ราคาผักสดในท้องตลาดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและออกไปหาซื้อลำบาก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของการกักตุนคือความเข้าใจที่ว่า "ผักสดมักจะเน่าเสียค้างตะกร้าภายในไม่กี่วัน" จนสุดท้ายตระกร้าเสบียงของหลายคนจึงจบลงด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็ง

เพื่อแก้ปัญหานี้ "เกา หมิ่นหมิ่น" นักโภชนาการชื่อดัง จากไต้หวัน ได้ออกมาแชร์ลายแทง “12 รายชื่อผักที่ทั้งอึด ถึก ทน เก็บได้นาน และอุดมไปด้วยสารอาหารสูง” เพื่อให้ชาวบ้านเลือกซื้อเข้าตู้เย็นได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องออกไปเสี่ยงลุยฝนลุยน้ำท่วมขังบ่อยๆ แถมยังได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

เปิดโพย 12 ผักสารพัดประโยชน์ อึดทน-สารอาหารแน่น

นักโภชนาการระบุว่า ผักที่มีคุณสมบัติทนทานและไม่เน่าเสียง่าย แฝงไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและเสริมภูมิต้านทาน มีดังต่อไปนี้:

  • 1. กะหล่ำปลี: ผักรสหวานตามธรรมชาติ หาซื้อง่ายและเก็บได้นานมาก นำไปผัดน้ำปลาหรือต้มจืดก็อร่อย มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในร่างกาย
  • 2. บรอกโคลี: สารอินโดล (Indoles) ที่ได้หลังจากการย่อย ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
  • 3. หอมหัวใหญ่: ผักกลุ่มเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน เก็บในอุณหภูมิห้องได้นาน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นำมาผัดใส่ไข่หรือทำซุปก็ทำได้ง่าย
  • 4. ข้าวโพดอ่อน: มีลูทีนและซีแซนทีน ช่วยลดการระคายเคืองของดวงตาจากแสงสีฟ้าของหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ แคลอรีต่ำและไฟเบอร์สูง
  • 5. พริกหวาน: อุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี, วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุผิวและเพิ่มการปกป้องร่างกาย สามารถเลือกซื้อคละสีเพื่อรับสารอาหารที่หลากหลาย
  • 6. แตงร้านและแตงกวา: ผักตระกูลแตงที่มีน้ำประกอบอยู่มาก ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น มีแร่ธาตุแมกนีเซียมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แตงร้านเหมาะสำหรับต้มจืด ส่วนแตงกวาเหมาะสำหรับทานสด เลอกัดจิ้มน้ำพริก หรือผัดไข่
  • 7. แครอทและหัวไชเท้า: แครอทช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเยื่อบุต่างๆ ส่วนหัวไชเท้าช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระและปกป้องเซลล์ นำมาต้มน้ำซุปกระดูกหมูร่วมกันได้อย่างเข้าขา
  • 8. เห็ดหูหนูดำและเห็ดหูหนูขาว: จะนำไปผัดขิงหรือต้มทำแกงจืดก็อร่อย เส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ช่วยเพิ่มความอิ่มและกระตุ้นการขับถ่าย
  • 9. ถั่วฝักยาว (หรือถั่วแขก): ผักพื้นบ้านที่ทานง่าย มีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวและรักษาความสมบูรณ์ของลำไส้
  • 10. ผักกาดขาว: เนื้อนุ่มรสหวาน เส้นใยอาหารมีส่วนช่วยในการลดไขมันในเลือดและล้างทำความสะอาดหลอดเลือด เหมาะสำหรับเมนูชาบูหรือต้มจืดทำกินเองที่บ้าน
  • 11. ฟักเขียว: ผักมหาอึดที่เก็บได้นานเป็นเดือนๆ อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยขับปัสสาวะและลดอาการบวมน้ำ
  • 12. เห็ดหอม: มีสารโพลีแซคคาไรด์และวิตามินดีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

iStockphoto

ตุนแต่พอดี เปลี่ยนวันฝนตกให้เป็นวันดูแลสุขภาพ

นักโภชนาการเกาหมิ่นหมิ่น ทิ้งท้ายเตือนสติว่า "การเตรียมพร้อมไม่ได้หมายความว่าต้องกักตุนสินค้าในปริมาณที่มากเกินไป" แต่ควรเป็นการเลือกซื้อสิ่งที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม การต้องติดฝนและทำอาหารกินเองที่บ้าน ไม่ได้แปลว่าเราต้องฝากท้องไว้กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือปลากระป๋องเสมอไป

หากเราฉวยโอกาสนี้หันมาทำอาหารทานเองโดยเลือกใช้ผักหลากสีสันเหล่านี้ ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสร้างเกราะคุ้มกันโรคได้ดีขึ้นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

แหล่งอ้างอิง

  • ETtoday
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...