“ชัชชาติ”เดิน วิ่ง ปั่น ขึ้นรถแห่ ไลฟ์สด หาเสียงวันสุดท้าย
แข็งแกร่งสมฉายา! "ชัชชาติ" เบอร์ 9 เดิน วิ่ง ปั่น ขึ้นรถแห่ ไลฟ์สด สำรวจกรุงเทพฯยามค่ำคืน ชูนโยบายดูแลเมืองครอบคลุมทุกด้าน ย้ำผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ แค่เวลาราชการ แต่ต้องเป็น "ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง"
ภารกิจโค้งสุดท้ายภายใต้กิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองกลางวันสู่เมืองกลางคืน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลุยหาเสียงสำรวจชีวิตคนเมืองและคนทำงานกะดึก ที่ขับเคลื่อนและดูแลกรุงเทพฯ ในช่วงกลางคืน พร้อมสะท้อนแนวคิด “ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”
ตั้งแต่เริ่มต้นกิจกรรมที่ลานรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ชัชชาติพร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้เดินเท้าไปยังสวนลุมพินี ก่อนนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปยังสถานีสนามไชย เพื่อเปลี่ยนไปใช้จักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) สำรวจพื้นที่ย่านเมืองเก่า อาทิ ปากคลองตลาด ย่านสามแพร่ง เสาชิงช้า ประตูผี สำราญราษฎร์ และสิ้นสุดที่วังเดิม 13 ห้าง เป็นการสำรวจบรรยากาศกรุงเทพฯ หลังพระอาทิตย์ตก ดูชีวิตของเมืองในช่วงเวลาที่หลายคนอาจไม่ค่อยได้มองเห็น
กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาเสียงให้ครบเส้นทาง แต่เป็นการออกไปดูว่า กรุงเทพฯ หลังเลิกงานยังมีใครอีกบ้าง ที่กำลังขับเคลื่อนเมือง โดยมุ่งเน้นการสำรวจระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งแสงสว่างบนท้องถนน ความปลอดภัยตามทางเดิน และรับฟังปัญหาจากกลุ่มคนที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า พนักงานกะดึก เจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ และพนักงานเก็บขยะ เพื่อย้ำว่าเมืองไม่ได้มีชีวิตเฉพาะช่วงกลางวัน และปัญหาของประชาชนก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาราชการ
นายชัชชาติ ระบุว่า การลงพื้นที่กลางคืนเป็นโอกาสสำคัญในการมองเห็นกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่ง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตคนละช่วงเวลากับคนทั่วไป ทั้งคนทำงานกลางคืน คนเดินทางกลับบ้านช่วงดึก และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเมืองตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”
แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “เมืองปลอดภัย ดูแลคน 24 ชั่วโมง” ที่ความปลอดภัยของเมืองต้องเกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ไฟส่องสว่างที่ต้องพร้อมใช้งาน กล้อง CCTV ที่ช่วยเฝ้าระวัง เทศกิจที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ศูนย์เอราวัณ 1669 ที่ดูแลเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าถึงเหตุให้เร็ว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่ทำให้เมืองกลับมาพร้อมใช้ในเช้าวันใหม่
ในเรื่องไฟส่องสว่าง กทม. ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ไปแล้ว 115,000 ดวง แก้ปัญหาไฟริมถนนผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วกว่า 67,000 เคส และมีนโยบายเดินหน้าเปลี่ยน LED เพิ่มอีก 100,000 ดวงในจุดมืด
ด้านการเฝ้าระวังเมือง กทม. มีกล้อง CCTV ประมาณ 64,500 ตัว และมีแผนขยายกล้องของ กทม. ให้ครบ 100,000 ตัว พร้อมเชื่อมเครือข่ายกล้องเอกชนอีก 300,000 ตัวทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดเสี่ยง ความปลอดภัย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมืองตอบสนองปัญหาได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ BKK Risk Map หรือแผนที่จุดเสี่ยงเมือง เพื่อระบุพื้นที่อันตรายและปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟ ติดกล้อง ตัดแต่งต้นไม้ลดจุดอับสายตา และจัดเทศกิจตรวจตราตามระดับความเสี่ยง โดยมีการระบุจุดเสี่ยงประมาณ 300 จุด และแก้ไขแล้ว 279 จุด
สำหรับเหตุฉุกเฉิน เมืองต้องมีระบบพร้อมรับมือทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขต แผนเผชิญเหตุชุมชน คู่มือประชาชน ไปจนถึงทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน ทีม USAR ทีม Hazmat นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสัตวแพทย์ ที่ต้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยให้ครบทุกมิติเมื่อเกิดเหตุใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีระบบบริการสุขภาพสำหรับคนนอกเวลาปกติ ทั้งศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669, Line หมอ กทม., บริการ UMSC, คลินิกนอกเวลา และแผนขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับพนักงานกะกลางคืนมากขึ้น เพื่อให้คนที่ใช้ชีวิตคนละเวลากับคนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้
อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดในกิจกรรมกลางคืนคือ “คนเก็บขยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้เมืองพร้อมใช้งานก่อนเช้า กทม. มีเส้นทางเก็บขยะครอบคลุม 50 เขต โดยหลายพื้นที่เริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเช้ามืด และในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังต้องเร่งเก็บให้เสร็จก่อน 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน
นายชัชชาติและทีมงานยังเดินหน้ากิจกรรมต่อ โดยขึ้นรถแห่ติดไฟนีออนสีเขียว สำรวจชีวิตคนเมืองยามดึก และก่อนแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลพระพิฆเนศ ห้วยขวาง
ขณะเดียวกัน ที่ห้องส่งสัญญาณถ่ายทอดสดบริเวณสามย่าน ทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้จัดรายการสดสลับกับภาพการลงพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 01.00-04.00 น. เพื่อนำเสนอนโยบายและรีแคปการทำงานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ รายการคลับไนท์เดย์ รายการศึกชิงทุนเด็ก ป.9 รายการข่าว 9 มุม รวมถึงรายการ The Ghost Policy “ไม่อยากให้เมืองหลอน ต้องตื่นมาเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นการสลับให้ทีมภาคสนามและชัชชาติได้พักผ่อนร่างกายระยะสั้นบนรถ
ตลอดทั้งคืน ภาพของการเดิน ปั่นจักรยาน ขึ้นรถแห่ จัดรายการสด และสลับกันพักระหว่างทีมภาคสนามกับทีมหลังบ้าน สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมหาเสียง 24 ชั่วโมงครั้งนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความแปลกใหม่เท่านั้น แต่เป็นความพยายามของชัชชาติและทีมงานที่จะมองกรุงเทพฯ ให้ครบทุกเวลา เห็นประชาชนทุกกลุ่ม และรับรู้ชีวิตของคนที่ยังทำงานอยู่ระหว่างที่เมืองกำลังหลับ
เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่เมือง 12 ชั่วโมง การดูแลเมืองจึงต้องไม่หยุดอยู่แค่ช่วงกลางวัน แต่ต้องมีทั้งไฟที่สว่าง กล้องที่มองเห็น เจ้าหน้าที่ที่พร้อมออกเหตุ ระบบแพทย์ฉุกเฉิน ดับเพลิง กู้ภัย เทศกิจ และคนเก็บขยะที่ทำงานเชื่อมกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในทุกจังหวะของเมือง
ช่วงเวลา 05.00 น. เช้าวันที่ 27 มิ.ย. 2569 นายชัชชาติได้เริ่มกิจกรรมภาคเช้าทันทีด้วยการสวมชุดกีฬาออกวิ่งออกกำลังกาย ณ สวนลุมพินี เพื่อเตรียมพร้อมลุยกิจกรรมหาเสียงในข่วงกลางวันต่อ
กิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” 24 ชั่วโมง จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้ สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูบ “ทีมชัชชาติ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news