โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามกระทบน้อยกว่าคาด กนง.อัพ GDP ปี 69 โต 2.3% ชี้ยังไม่ถึงเวลาขึ้นดอกเบี้ย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สงครามกระทบน้อยกว่าคาด กนง.อัพ GDP ปี 69 โต 2.3% ชี้ยังไม่ถึงเวลาขึ้นดอกเบี้ย

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า กนง. ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมที่ในการประชุม กนง.รอบ 29 เม.ย.69 ประเมินไว้ที่ 1.5%

เนื่องจากข้อมูลล่าสุด พบว่าผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมีน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะผลของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ไม่ได้สูงขึ้นมากเท่าที่คาด ประกอบกับการปรับตัวของภาคเอกชนเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าวสามารถทำได้ดีมาก

การที่มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 70 จะขยายตัวได้ 1.8% ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากที่เคยประมาณการไว้เดิมที่ 2.0% นั้น เป็นผลมาจากฐานที่สูงของปีนี้ ประกอบกับแรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทยพลัสหมดลง แต่ในภาพรวม กนง. ยังมีมุมมองที่เป็น positive ต่อเศรษฐกิจไทย และเชื่อว่าเป็นตัวเลขประมาณการที่สูงกว่าสถาบันอื่น

"ปีหน้า (2570) ด้วยผลของฐานที่สูงในปีนี้ ประกอบกับแรงกระตุ้นหมดไป จึงจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้า กลับลงมาเหลือโตที่ 1.8% โดยภาพรวมแล้ว กรรมการ กนง.ค่อนข้าง positive กับเศรษฐกิจ และประมาณการ (GDP) ของเรา น่าจะสูงสุดของตลาด" นายดอน ระบุ

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทนั้น พบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (24 มิ.ย.) เงินบาทอ่อนค่าไป 5.7% ซึ่งเป็นการอ่อนค่าตามทิศทางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่ได้อ่อนค่านำภูมิภาค เพราะยังมีเงินวอนของเกาหลีใต้ และเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซีย ที่อ่อนค่ามากกว่า

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 วันมานี้ เงินบาทอ่อนค่าลงเร็ว เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีท่าที Hawkish กว่าคาด ที่จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ดังนั้นการที่ไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ ก็จะทำให้มีประเด็นมากกว่าที่อื่น ประกอบกับในระยะ 2-3 วันนี้มีประเด็นชั่วคราวเข้ามา คือ เป็น Flow ค่อนข้างใหญ่ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย และทำให้เงินบาทผ่าน Technical Level จึงทำให้เกิดการเทขาย

ซึ่งทาง ธปท. ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยจะพยายามเข้าไปดูแลหากเห็นว่ามีความผันผวนเกินควร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ก็มีการเข้าไปดูแลอยู่บ้าง แต่ในระยะถัดไป เราไม่ได้เป็นห่วงมาก เพราะการเคลื่อนไหวของเงินทุนเคลื่อนย้ายยังไม่ได้ผิดปกติ

"สำหรับตลาดหุ้น ที่บอกว่ามี Flow ขนาดใหญ่ออกไป ถ้าไม่นับอันนี้ โดยรวมเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี ยังคงเป็นบวก ส่วนตลาดบอนด์ก็เป็นบวกเช่นกัน ดังนั้นในภาพรวมไม่ได้มีประเด็นอะไร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราเห็นความผันผวนมากกว่าปกติ ธปท. ก็พร้อมจะเข้าไปดูแล" นายดอน กล่าว

เลขานุการ กนง.ย้ำว่า นโยบายการเงินให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา เพียงแต่ภายใต้คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อ และความเสี่ยงในลักษณะนี้ และเงินเฟ้อไม่ได้มีประเด็นความเสี่ยงมาก ดังนั้นนโยบายการเงินจึงสามารถอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายได้ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่หากในอนาคตมีความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อเข้ามา ก็อาจจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย

ขณะที่นโยบายการคลังนั้น มองว่าช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และโครงการไทยช่วยไทย พลัส รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเพิ่ม productivity ในระยะยาว และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากนโยบายการคลังสามารถทำได้ดี ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 70 อาจจะออกมาสูงกว่าที่ กนง.คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ก็เป็นไปได้

ดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค. มีโอกาสที่จะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่คงไม่อยู่ในระดับที่มากเท่ากับเดือนเม.ย. เนื่องจากตามปกติแล้วในเดือนพ.ค. มักจะเป็นช่วงที่บริษัทต่างชาตินำส่งผลกำไรกลับประเทศของตัวเอง ซึ่งจะเป็นตัวกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค. แต่หลังจากนั้นในเดือนมิ.ย. คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มกลับมาสมดุล หรืออาจติดลบเพียงเล็กน้อย และคาดว่าจะกลับมาเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

"หลักๆ แล้ว การที่เห็นดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยติดลบ มาจากเรื่องน้ำมัน คือเรานำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น และในระดับราคาที่สูง ซึ่งปกติไทยก็สำรองน้ำมันในระดับหนึ่ง แต่พอเกิดสงคราม ก็ต้องสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาสูง ซึ่งถ้าสถานการณ์ปกติ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสำรองน้ำมันในปริมาณสูง ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องนำเข้าน้ำมันเยอะ ๆ และก่อให้เกิดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากการนำเข้าน้ำมัน ก็จะไม่มี" นายดอน กล่าว

ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของไทย จะยังไม่เข้าสู่วัฎจักรขาขึ้นเหมือนเช่นในต่างประเทศหรือไม่นั้น เนื่องจากเงินเฟ้อทั่วไปยังเฉลี่ยอยู่ในกรอบเป้าหมาย เมื่อพิจารณาเชิงลึก พบว่าเศรษฐกิจของต่างประเทศขยายตัวดีกว่าไทย อีกทั้งคาดการณ์เงินเฟ้อปี 70 ของหลายประเทศ ยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่วางไว้ แต่ของไทย พบว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมายทั้งปีนี้ และปี 70 ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูความเสี่ยงเงินเฟ้อในขณะนี้

"เรามองว่า ทิศทางเงินเฟ้ออยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ แต่หากในช่วงที่เหลือ มีการประมาณการเงินเฟ้อผิดพลาด และเงินเฟ้อพุ่งขึ้น เราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนนโยบาย ถ้าจำเป็นต้องขึ้น (ดอกเบี้ย) เราก็ต้องขึ้น" นายดอน กล่าว

ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางหลายประเทศ มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ยังอยู่ในระดับต่ำนั้น นายดอน กล่าวว่า หากชั่งน้ำหนักดูแล้ว การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะแม้จะเห็นว่า กนง.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากเดิม 1.5% แต่ก็ถือว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ

"โต 2% ต้นๆ ไม่ใช่สิ่งที่น่าพอใจ มันควรจะ 2% ปลาย ๆ อีกทั้งการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ยังเป็นแบบ K-Shape เช่น กลุ่ม SMEs หรือกลุ่มธุรกิจที่เปราะบาง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนั้น จะต้องตามดูไปเรื่อย ๆ ถ้าห่างระดับหนึ่ง ต้องดูว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่เป็นประเด็น" นายดอน ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...