สงครามกระทบน้อยกว่าคาด กนง.อัพ GDP ปี 69 โต 2.3% ชี้ยังไม่ถึงเวลาขึ้นดอกเบี้ย
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า กนง. ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมที่ในการประชุม กนง.รอบ 29 เม.ย.69 ประเมินไว้ที่ 1.5%
เนื่องจากข้อมูลล่าสุด พบว่าผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมีน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะผลของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ไม่ได้สูงขึ้นมากเท่าที่คาด ประกอบกับการปรับตัวของภาคเอกชนเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าวสามารถทำได้ดีมาก
การที่มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 70 จะขยายตัวได้ 1.8% ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากที่เคยประมาณการไว้เดิมที่ 2.0% นั้น เป็นผลมาจากฐานที่สูงของปีนี้ ประกอบกับแรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทยพลัสหมดลง แต่ในภาพรวม กนง. ยังมีมุมมองที่เป็น positive ต่อเศรษฐกิจไทย และเชื่อว่าเป็นตัวเลขประมาณการที่สูงกว่าสถาบันอื่น
"ปีหน้า (2570) ด้วยผลของฐานที่สูงในปีนี้ ประกอบกับแรงกระตุ้นหมดไป จึงจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้า กลับลงมาเหลือโตที่ 1.8% โดยภาพรวมแล้ว กรรมการ กนง.ค่อนข้าง positive กับเศรษฐกิจ และประมาณการ (GDP) ของเรา น่าจะสูงสุดของตลาด" นายดอน ระบุ
สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทนั้น พบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (24 มิ.ย.) เงินบาทอ่อนค่าไป 5.7% ซึ่งเป็นการอ่อนค่าตามทิศทางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่ได้อ่อนค่านำภูมิภาค เพราะยังมีเงินวอนของเกาหลีใต้ และเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซีย ที่อ่อนค่ามากกว่า
อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 วันมานี้ เงินบาทอ่อนค่าลงเร็ว เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีท่าที Hawkish กว่าคาด ที่จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ดังนั้นการที่ไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ ก็จะทำให้มีประเด็นมากกว่าที่อื่น ประกอบกับในระยะ 2-3 วันนี้มีประเด็นชั่วคราวเข้ามา คือ เป็น Flow ค่อนข้างใหญ่ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย และทำให้เงินบาทผ่าน Technical Level จึงทำให้เกิดการเทขาย
ซึ่งทาง ธปท. ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยจะพยายามเข้าไปดูแลหากเห็นว่ามีความผันผวนเกินควร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ก็มีการเข้าไปดูแลอยู่บ้าง แต่ในระยะถัดไป เราไม่ได้เป็นห่วงมาก เพราะการเคลื่อนไหวของเงินทุนเคลื่อนย้ายยังไม่ได้ผิดปกติ
"สำหรับตลาดหุ้น ที่บอกว่ามี Flow ขนาดใหญ่ออกไป ถ้าไม่นับอันนี้ โดยรวมเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี ยังคงเป็นบวก ส่วนตลาดบอนด์ก็เป็นบวกเช่นกัน ดังนั้นในภาพรวมไม่ได้มีประเด็นอะไร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราเห็นความผันผวนมากกว่าปกติ ธปท. ก็พร้อมจะเข้าไปดูแล" นายดอน กล่าว
เลขานุการ กนง.ย้ำว่า นโยบายการเงินให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา เพียงแต่ภายใต้คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อ และความเสี่ยงในลักษณะนี้ และเงินเฟ้อไม่ได้มีประเด็นความเสี่ยงมาก ดังนั้นนโยบายการเงินจึงสามารถอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายได้ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่หากในอนาคตมีความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อเข้ามา ก็อาจจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย
ขณะที่นโยบายการคลังนั้น มองว่าช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และโครงการไทยช่วยไทย พลัส รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเพิ่ม productivity ในระยะยาว และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากนโยบายการคลังสามารถทำได้ดี ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 70 อาจจะออกมาสูงกว่าที่ กนง.คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ก็เป็นไปได้
ดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค. มีโอกาสที่จะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่คงไม่อยู่ในระดับที่มากเท่ากับเดือนเม.ย. เนื่องจากตามปกติแล้วในเดือนพ.ค. มักจะเป็นช่วงที่บริษัทต่างชาตินำส่งผลกำไรกลับประเทศของตัวเอง ซึ่งจะเป็นตัวกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค. แต่หลังจากนั้นในเดือนมิ.ย. คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มกลับมาสมดุล หรืออาจติดลบเพียงเล็กน้อย และคาดว่าจะกลับมาเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป
"หลักๆ แล้ว การที่เห็นดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยติดลบ มาจากเรื่องน้ำมัน คือเรานำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น และในระดับราคาที่สูง ซึ่งปกติไทยก็สำรองน้ำมันในระดับหนึ่ง แต่พอเกิดสงคราม ก็ต้องสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาสูง ซึ่งถ้าสถานการณ์ปกติ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสำรองน้ำมันในปริมาณสูง ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องนำเข้าน้ำมันเยอะ ๆ และก่อให้เกิดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากการนำเข้าน้ำมัน ก็จะไม่มี" นายดอน กล่าว
ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของไทย จะยังไม่เข้าสู่วัฎจักรขาขึ้นเหมือนเช่นในต่างประเทศหรือไม่นั้น เนื่องจากเงินเฟ้อทั่วไปยังเฉลี่ยอยู่ในกรอบเป้าหมาย เมื่อพิจารณาเชิงลึก พบว่าเศรษฐกิจของต่างประเทศขยายตัวดีกว่าไทย อีกทั้งคาดการณ์เงินเฟ้อปี 70 ของหลายประเทศ ยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่วางไว้ แต่ของไทย พบว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมายทั้งปีนี้ และปี 70 ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูความเสี่ยงเงินเฟ้อในขณะนี้
"เรามองว่า ทิศทางเงินเฟ้ออยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ แต่หากในช่วงที่เหลือ มีการประมาณการเงินเฟ้อผิดพลาด และเงินเฟ้อพุ่งขึ้น เราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนนโยบาย ถ้าจำเป็นต้องขึ้น (ดอกเบี้ย) เราก็ต้องขึ้น" นายดอน กล่าว
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางหลายประเทศ มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ยังอยู่ในระดับต่ำนั้น นายดอน กล่าวว่า หากชั่งน้ำหนักดูแล้ว การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะแม้จะเห็นว่า กนง.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากเดิม 1.5% แต่ก็ถือว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ
"โต 2% ต้นๆ ไม่ใช่สิ่งที่น่าพอใจ มันควรจะ 2% ปลาย ๆ อีกทั้งการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ยังเป็นแบบ K-Shape เช่น กลุ่ม SMEs หรือกลุ่มธุรกิจที่เปราะบาง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนั้น จะต้องตามดูไปเรื่อย ๆ ถ้าห่างระดับหนึ่ง ต้องดูว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่เป็นประเด็น" นายดอน ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย-เพิ่ม GDP โตร้อยละ 2.3 ในปีนี้
- ชิงฐานเสียงคนเมือง อนุชา - ชัยวัฒน์ เทียบนโยบายเศรษฐกิจ 2 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
- เปิด 14 ข้อ MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน ปูทางยุติสงคราม-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- นักวิเคราะห์ ชี้ "ราคาน้ำมัน" อาจใช้เวลา 4-8 สัปดาห์กว่าจะมีเสถียรภาพ
- สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง! จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังลงนาม 19 มิ.ย.