โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยูนิลีเวอร์ ตามติดไทยช่วยไทยพลัส ย้ำส่งมอบสินค้าปกติ พยุงราคาให้เข้าถึงได้

Thairath Money

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 23.58 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 23.57 น.
ภาพไฮไลต์

นายอาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเริ่มคิกออฟตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ของรัฐบาลมองว่าเป็นมาตรการที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความท้าทาย และยูนิลีเวอร์พร้อมสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ รวมถึงโครงการที่ช่วยลดค่าครองชีพในอนาคตด้วย

“ยูนิลีเวอร์ประเมินว่าไทยช่วยไทยพลัสถือเป็นมาตรการเชิงบวก โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนที่กำลังเผชิญต้นทุนและกำลังซื้อที่ชะลอตัว พร้อมระบุว่าทีมงานของบริษัทอยู่ระหว่างลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการดำเนินโครงการ”

สำหรับกรอบระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ บริษัทมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผล โดยเห็นว่าการดำเนินมาตรการในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจของภาครัฐและประสิทธิผลของโครงการในทางปฏิบัติ

แม้บริษัทจะไม่เปิดเผยเป้าหมายยอดขายหรือผลเชิงตัวเลขจากโครงการ เนื่องจากยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ยืนยันว่าปีนี้ยังตั้งเป้าการเติบโตในประเทศไทยไว้ในระดับแข็งแกร่ง (Strong Growth) และมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจและเศรษฐกิจไทย

ในมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย ผู้บริหารยูนิลีเวอร์เลือกหลีกเลี่ยงการประเมินเศรษฐกิจมหภาคโดยตรง แต่ระบุว่าหน้าที่ของบริษัทในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค คือการทำให้สินค้ามี “พร้อมขาย เข้าถึงได้ และราคาจับต้องได้” โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงผลกระทบจากวิกฤติในตะวันออกกลาง

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยูนิลีเวอร์ระบุว่ามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน เช่น สารทำความสะอาด พลาสติก และบรรจุภัณฑ์ พร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาทางเลือกด้านวัตถุดิบเพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจุบันบริษัทระบุว่ายังคงรักษาความพร้อมในการส่งมอบสินค้าได้ในระดับ 95–98% และยังไม่พบปัญหาขาดแคลนสินค้าที่มีนัยสำคัญ

สำหรับประเด็นราคาสินค้า ผู้บริหารยอมรับว่าต้นทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่ยืนยันว่าบริษัทยังพยายามรักษาระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ผ่านการทำงานร่วมกับภาครัฐในการตรึงราคาและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน

นายปุริ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมายูนิลีเวอร์ได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผ่าน 5 มาตรการหลักมาแล้วได้แก่ 1. ลดราคาสินค้าสูงสุด 50% ผ่านเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ 2. ตรึงความสามารถในการเข้าถึงสินค้า แม้ต้นทุนยังเพิ่มขึ้น 3. ร่วมมือภาครัฐต่อเนื่องในมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ 4. ใช้โปรโมชั่นและการกระจายสินค้าเป็นเครื่องมือพยุงกำลังซื้อ และ 5. ช่วยผู้ค้ารายย่อย-ร้านโชห่วยรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2475 หรือ 94 ปี ปัจจุบันมีพอร์ตแบรนด์ในประเทศไทยมากกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มความงามและสุขภาวะ กลุ่มดูแลร่างกาย กลุ่มดูแลบ้าน และกลุ่มอาหาร ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการเติบโตของบริษัทในตลาดไทยและภูมิภาค

จากศักยภาพดังกล่าว บริษัทประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจ 3 ด้าน เพื่อยกระดับบทบาทประเทศไทยในเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลก

-ผลักดันไทยสู่ฐานนวัตกรรม (Innovation Hub) โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาและทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ รองรับความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พร้อมชูศักยภาพทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลายรายการที่เปิดตัวในตลาด

-ยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตและส่งออกระดับโลก (Global Sourcing Hub) ปัจจุบันยูนิลีเวอร์ส่งออกสินค้าที่พัฒนาและผลิตจากประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 60 ประเทศ และมีเป้าหมายขยายบทบาทของไทยจากฐานบริโภคไปสู่ฐานผลิตและศูนย์กลางการสร้างนวัตกรรมสำหรับตลาดโลกมากขึ้น

- ใช้ AI ขับเคลื่อนการสร้างแบรนด์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด SASSY (Science, Aesthetics, Sensorials, Shared by Others, Young Spirited) ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและค้นหาอินไซต์ใหม่สำหรับต่อยอดนวัตกรรม

ตัวอย่างการนำ AI มาใช้ ได้แก่ AI Hair Scan เครื่องมือวิเคราะห์สภาพเส้นผมและแนะนำแนวทางดูแลเฉพาะบุคคล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคกลุ่มหลากหลายทางเพศ จากการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการด้านการดูแลผิวที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังลงทุนวิจัยด้าน Microbiome หรือระบบจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวและสมดุลทางชีวภาพ เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มความงามและการดูแลร่างกาย

ด้านความยั่งยืน ยูนิลีเวอร์เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลาสติก และระบุว่าสามารถนำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ในปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ในตลาดต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

นายปุริ ซึ่งเข้ามาบริหารในประเทศไทยในปีนี้ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายระยะต่อไปคือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นทั้งฐานนวัตกรรม ฐานการผลิตเพื่อส่งออก ศูนย์กลางดิจิทัลและ AI รวมถึงต้นแบบด้านความยั่งยืนของยูนิลีเวอร์ในภูมิภาค พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าการลงทุนระยะยาวจะทำให้บริษัทเติบโตเคียงข้างเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยูนิลีเวอร์ ตามติดไทยช่วยไทยพลัส ย้ำส่งมอบสินค้าปกติ พยุงราคาให้เข้าถึงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...