เมื่อสายฝนมาพร้อมกับ ‘กลิ่นฝน’ กำลังชวนให้เรานึกถึงใครบางคนอยู่หรือเปล่า? ทำไมเสียงฝนและกลิ่นไอดิน ถึงกักขังและเยียวยาจิตใจเราได้ในเวลาเดียวกัน
เพราะ ‘กลิ่นของฝน’ อาจพาเราย้อนกลับไปคิดถึงใครบางคนหรือเปล่า?
ในวันที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีหม่น สายฝนที่โปรยปรายลงมา พร้อมกับกลิ่นไอดินชื้นๆ เป็นความรู้สึกที่ใครหลายคนคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งฤดูฝนนี้ ท่ามกลางความเร่งรีบ ความวุ่นวาย และการแข่งขันกับเวลา เสียงฝนตกและกลิ่นอายของฝนกลับเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ของใครบางคน ที่ดึงเราออกจากโลกปัจจุบันแล้วพาเราย้อนกลับไปสู่อ้อมกอดของความทรงจำเก่าๆ ในห้วงอดีต โดยเฉพาะคนที่เคยใกล้ชิดหรือคนที่เคยมีผลต่อใจและความรู้สึกของเรา
Thairath Plus ชวนหาคำตอบว่าทำไมกลิ่นของฝนถึงมีผลต่อความรู้สึกเราได้ขนาดนี้ แม้ช่วงเวลาที่ฝนตกอาจทำให้เราคิดถึงใครบางคน แต่มันจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อเราสัมผัสได้ถึง ‘กลิ่นฝน’
เมื่อ ‘กลิ่นฝน’ พาเราย้อนกลับไปสู่ห้วงของความทรงจำ
ในเชิงวิทยาศาสตร์ อธิบายไว้ว่า กลิ่นที่เราสัมผัสได้ในช่วงเวลาที่ฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ๆ นั้น เกิดจากดินหรือที่เราเรียกกันว่า ‘Petrichor’ (เพทริคอร์) เกิดจากสารเคมีที่ชื่อว่า Geosmin ซึ่งเป็นแบคทีเรียในดินที่ทำปฏิกิริยากับน้ำฝนและสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้น เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้สมองมนุษย์เชื่อมโยงเข้ากับความสดชื่นและหวนคืนกลับไปยังช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำได้เช่นกัน
เนื่องจากสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่ทำหน้าที่ประมวลผลความทรงจำและอารมณ์ มักทำงานสอดคล้องกับระบบประสาทสัมผัสอย่างการดมกลิ่นโดยตรง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกลิ่นถึงส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราได้โดยไม่ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ หรือการมีตรรกะใดๆ และก่อนที่เราจะรู้ตัวด้วยซ้ำว่ากลิ่นนั้นคืออะไร
ซึ่งไม่เหมือนกับการรับรู้ผ่านการมองเห็นหรือการได้ยิน ทำให้กลิ่นที่เราได้รับมานั้นเป็นตัวกระตุ้นและดึงเอาความทรงจำหรือเรื่องราวเก่าๆ ออกมาได้อย่างชัดเจนในทันที
พื้นที่ภายใน(ใจ) และการเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว
กาสตง บาชลาร์ด (Gaston Bachelard) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ผู้เขียนหนังสือ The Poetics of Space เคยให้ข้อสังเกตไว้ว่า สภาพอากาศที่เลวร้าย อย่างฝนที่ตกหนักหรือพายุที่โหมกระหน่ำ จะยิ่งทำให้ความรู้สึกว่างเปล่าภายในจิตใจหยั่งรากลึกลงกว่าเดิม ทำให้ ‘บ้าน’ ของเรากลายเป็นป้อมปราการที่ปลอดภัยจากความวุ่นวายของโลกภายนอก ทว่าในขณะเดียวกัน บ้านหลังนั้นก็อาจกำลังกักขังเราไว้ให้อยู่กับความคิดและความเงียบของตัวเราเอง
‘เพราะภายนอกนั้นมีแต่พายุและเสียงฝน แต่ภายในบ้านกลับเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ อารมณ์ และความรู้สึก ทำให้เราเริ่มหันกลับมาสำรวจตัวเอง’ - Gaston Bachelard
ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เรามักใช้เสียงเพลง คลื่นเสียงบำบัด คลิปสั้น หรือการโหมงานให้ยุ่งเข้าไว้ เพื่อกลบความเงียบและหลีกหนีความโดดเดี่ยวจากการอยู่กับตัวเอง แต่เมื่อหน้าฝนมาเยือน เสียงสายฝนที่ตกกระทบหน้าต่างคอนโด กลับทำหน้าที่เป็น Pink Noise หรือ White Noise ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากโลกภายนอก ทำให้เสียงจากโลกภายในจิตใจดังขึ้นมาแทนที่ และดึงเอาความทรงจำเก่าๆ หรือเรื่องราวของคนในอดีตขึ้นมาให้หวนคิดถึงอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน อย่างที่หลายคนเข้าใจกันดีว่า ในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและไร้แสงแดด สมองจะยิ่งหลั่งเมลาโทนินให้เพิ่มขึ้น และลดการหลั่งเซโรโทนินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขให้น้อยลง ทำให้เราตกอยู่ในภาวะ Melancholy หรือความเศร้าโศกที่อาจไม่มีอยู่จริง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องราวในชีวิต ตกตะกอนกับความรู้สึกที่ผ่านมา และเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ฤดูฝนนี้เป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหว เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึกมากที่สุด เต็มไปด้วยความเปราะบางและพร้อมที่จะคิดถึงใครบางคน
ดร. เทคเซีย เอวานส์ (Tecsia Evans) นักจิตวิทยาคลินิก ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในวันที่ท้องฟ้าที่มืดครึ้มและบรรยากาศอึมครึมในวันฝนตก ส่งผลให้ผู้คนอ่อนไหวต่อความโดดเดี่ยวได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจในตัวเองลดน้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่วิเคราะห์เรื่องสเตตัสและโพสต์ของผู้ใช้งาน Facebook หลายล้านคน พบว่าในวันที่ฝนตก ปริมาณโพสต์ในเชิงลบและความรู้สึกหม่นหมองจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สายฝนจึงทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดึงเอาความเหงาและความเปราะบางลึกๆ ในใจ ให้ออกมาสู่พื้นที่สาธารณะมากขึ้นนั่นเอง
‘กลิ่น’ ยึดโยงกับความทรงจำของเรามาตั้งแต่แรก
เพราะกลิ่นไม่เพียงแต่พาเราย้อนกลับไปยังความทรงจำในอดีต แต่ยังผูกติดไว้กับสถานที่ ตัวบุคคล หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมาตั้งแต่แรกเริ่ม
ทุกครั้งที่เราเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ สมองไม่ได้เพียงจดจำแค่ภาพที่ตาเห็นเท่านั้น แต่กลิ่นอายของที่นั่นจะผูกติดและยึดโยงเข้ามาในความรู้สึกของเราทันที เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เมื่อเราได้กลิ่นคล้ายเดิมที่เราเคยไปสัมผัส อารมณ์และความรู้สึกของเราจะย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของความทรงจำเหล่านั้น กลิ่นที่ทำให้เราคิดถึงบ้าน กลิ่นที่ทำให้เราจำได้ว่าสถานที่นั้นคือที่ไหน กลิ่นที่พาเรากลับไปหาใครบางคน กลิ่นจึงไม่ใช่แค่โมเลกุลที่ทำให้เรารู้สึกได้ผ่านการดมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่และช่วงเวลาที่ผูกโยงตัวตนและความทรงจำของเราไว้กับโลกใบใหญ่ใบนี้
อย่างไรก็ตาม จิตใจของเราก็มักจะสร้างเกราะกำบังเพื่อปกป้องตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อหน้าฝนมาพร้อมกับกลิ่นไอดิน ร่างกายจะถูกกลิ่นธรรมชาติเหล่านี้กล่อมให้เราผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว เมื่อเกราะกำบังนั้นลดลง การปล่อยให้จิตใจที่เหนื่อยล้าได้เปิดรับเอาความทรงจำที่คิดถึงและเรื่องราวในอดีต ให้กลับเข้ามา อาจช่วยเยียวยาจิตใจให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพราะเมื่อกลิ่นฝนโชยมา สมองก็แค่อยากพาเรากลับไปหาพื้นที่ที่หัวใจเคยรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดเท่านั้นเอง
แล้วสำหรับทุกคน ‘กลิ่นฝน’ มักจะพาย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาไหน? หรือพาไปพบกับใครบางคนที่อยู่ในความทรงจำอยู่หรือเปล่า?
อ้างอิง
Effects of rain sound on mental arithmetic, mood, autonomic nervous activity, and salivary cortisol
บทความต้นฉบับได้ที่ : เมื่อสายฝนมาพร้อมกับ ‘กลิ่นฝน’ กำลังชวนให้เรานึกถึงใครบางคนอยู่หรือเปล่า? ทำไมเสียงฝนและกลิ่นไอดิน ถึงกักขังและเยียวยาจิตใจเราได้ในเวลาเดียวกัน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath