โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"เนื้อไก่ vs ไข่ไก่" เทียบชัดๆ สรุปแล้วเมนูไหนให้โปรตีนคุ้มค่า และลีนหุ่นได้ไวกว่ากัน!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ไขข้อข้องใจคนลดน้ำหนัก! กินไข่ไก่หรือเนื้อไก่ดีกว่ากัน เผยความจริงเรื่องแคลอรีที่หลายคนยังเข้าใจผิด

ศึกดวลโปรตีน! "ไข่ไก่" กับ "เนื้อไก่" กินอะไรช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเติมโปรตีนให้ร่างกายได้ดีกว่ากัน?

สำหรับคนที่กำลังสร้างกล้ามเนื้อ ฟิตหุ่น หรือลดน้ำหนัก การเลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างมาก และสองวัตถุดิบยอดฮิตประจำบ้านที่ทุกคนนึกถึงย่อมหนีไม่พ้น "ไข่ไก่" และ "เนื้อไก่" ทว่าเคยสงสัยกันไหมคะว่า หากต้องการเติมโปรตีนเข้าสู่ร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เราควรเลือกกินอะไรดี? คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณโปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์ไปถึงคุณภาพของสารอาหาร วิธีการปรุง และเป้าหมายทางสุขภาพของแต่ละคนด้วยค่ะ

วันนี้เราจะพาไปกางตัวเลขเปรียบเทียบและเจาะลึกข้อดีของวัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้กันค่ะว่า ไข่ไก่และเนื้อไก่มีหมัดเด็ดในเรื่องโภชนาการต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณเลือกจัดเมนูอาหารเช้า-เย็นได้อย่างตอบโจทย์ร่างกายมากที่สุด

เทียบหมัดต่อหมัด: ปริมาณโปรตีนในน้ำหนัก 100 กรัม

โปรตีนคือสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผลิตเอนไซม์ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หากเราลองนำวัตถุดิบทั้งสองชนิดมาเปรียบเทียบกันในน้ำหนักมาตรฐาน 100 กรัม จะพบความต่างดังนี้

  • เนื้อไก่ (โดยเฉพาะส่วนอกไก่ลอกหนัง): มอบโปรตีนให้ร่างกายสูงถึงประมาณ 31 กรัม
  • ไข่ไก่: มอบโปรตีนให้ร่างกายอยู่ที่ประมาณ 12-13 กรัม

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าเนื้อไก่มีปริมาณโปรตีนสูงกว่าไข่ไก่เกิน 2 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะว่าทำไม "อกไก่" ถึงกลายเป็นเมนูยืนหนึ่งในใจของเหล่านักเพาะกาย นักกีฬา หรือคนที่ต้องการอัดโปรตีนเข้าร่างกายแต่ต้องการควบคุมปริมาณไขมัน

ปริมาณน้อยกว่า แต่ทำไมไข่ไก่ถึงได้ชื่อว่า "โปรตีนคุณภาพทองคำ"

แม้ว่าตัวเลขปริมาณโปรตีนของไข่ไก่จะพ่ายแพ้ให้แก่เนื้อไก่ แต่ในเชิงคุณภาพแล้ว ไข่ไก่กลับได้รับคำชมจากนักโภชนาการทั่วโลก โดยไข่ไก่ขนาดกลาง 1 ฟองจะให้โปรตีนประมาณ 6-7 กรัม แต่เป็นโปรตีนที่มีคุณค่าทางชีวภาพสูงมาก (High Biological Value) เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด ทำให้ระบบดูดซึมของร่างกายมนุษย์สามารถย่อยและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จนในอดีตวิทยาศาสตร์การแพทย์เคยใช้ไข่ไก่เป็นดัชนีมาตรฐานในการชี้วัดคุณภาพโปรตีนของอาหารชนิดอื่น ๆ เลยทีเดียว

ส่องตัวเลขพลังงานแคลอรี แตกต่างกันแค่ไหน?

หลายคนมีความเชื่อฝังใจว่าการกินไข่ไก่จะได้รับแคลอรีที่สูงกว่าเนื้อไก่ แต่ความเป็นจริงแล้วตัวเลขไม่ได้หนีกันมากค่ะ โดยในน้ำหนัก 100 กรัมเท่ากัน ไข่ไก่ให้พลังงานประมาณ 143 กิโลแคลอรี ขณะที่ อกไก่ลอกหนังให้พลังงานประมาณ 165 กิโลแคลอรี

แต่จุดต่างที่สำคัญจะอยู่ที่โครงสร้างของพลังงานนั้น ๆ แคลอรีของไข่ไก่ส่วนหนึ่งมาจากไขมันดีที่อยู่ในไข่แดง ซึ่งเป็นจุดรวมของวิตามินหลากชนิด ส่วนแคลอรีของอกไก่นั้นเกือบทั้งหมดมาจากโปรตีนบริสุทธิ์และมีไขมันต่ำมาก ทำให้อกไก่ตอบโจทย์คนที่ต้องการลีนหุ่นหรือลดน้ำหนักแบบจำกัดไขมันได้ตรงจุดกว่า

คุณค่าสารอาหารรอบด้าน: ใครเด่นเรื่องอะไรบ้าง?

หากเรามองข้ามเรื่องตัวเลขโปรตีน แล้วหันมาดูวิตามินและแร่ธาตุโดยรวม จะพบว่าวัตถุดิบทั้งสองชนิดกินกันไม่ลงเลย

  • ไข่ไก่ (โดดเด่นในไข่แดง): เป็นแหล่งรวมของวิตามินเอ, ดี, บี 12 และมีสาร "โคลีน" (Choline) ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่ช่วยบำรุงและปกป้องดวงตาจากความเสื่อมตามวัย
  • เนื้อไก่: โดดเด่นมากในเรื่องของวิตามินบี 3 และวิตามินบี 6 ซึ่งมีหน้าที่ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และช่วยให้ร่างกายดึงโปรตีนไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีแร่ธาตุอย่างซีลีเนียม ซิงค์ (สังกะสี) และฟอสฟอรัสที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน

สรุปคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ควรเลือกกินแบบไหนดีที่สุด?

สำหรับสายสร้างกล้ามเนื้อ (Build Muscle): หากเป้าหมายของคุณคือการอัดโปรตีนให้ถึงเกณฑ์หลังการซ้อมหนัก "เนื้อไก่" จะตอบโจทย์ได้รวดเร็วกว่า เพราะอกไก่เพียง 150 กรัมก็ช่วยเติมโปรตีนเข้าสู่ร่างกายได้เพียงพอต่อหนึ่งมื้อหลักแล้ว แต่ก็ไม่ควรละทิ้งไข่ไก่ เพราะวิตามินในไข่ไก่จะช่วยซ่อมแซมระบบประสาทและส่วนอื่น ๆ ที่เนื้อไก่ไม่มี

สำหรับสายควบคุมน้ำหนัก (Weight Loss): ทั้งสองชนิดสามารถกินได้ดีทั้งคู่ แนะนำให้เลือกกินอกไก่ในมื้อหลักเพื่อความอิ่มแน่นและรักษาภาวะมวลกล้ามเนื้อไม่ให้หายไป และเลือกกินไข่ต้มในมื้อเช้าหรือมื้อว่าง เพราะไข่ต้มช่วยให้อิ่มท้องได้ยาวนานและลดอาการอยากกินขนมจุกจิกระหว่างวันได้ดี โดยควรเน้นวิธีปรุงแบบต้ม ตุ๋น อบ หรือนาบกระทะโดยใช้น้ำมันน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงเมนูชุบแป้งทอดหรือซอสราดรสจัดที่จะเป็นการเพิ่มแคลอรีแฝง

บทสรุปแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกกินเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทดแทนกันค่ะ นักโภชนาการแนะนำว่าแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพระยะยาวคือ "การกินร่วมกันอย่างสมดุล" โดยสลับสับเปลี่ยนเมนูในแต่ละมื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับทั้งปริมาณโปรตีนที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากเนื้อไก่ และได้รับโปรตีนคุณภาพสูงพร้อมวิตามินบำรุงสมองและสายตาจากไข่ไก่ กลายเป็นการเติมเต็มโภชนาการที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนที่สุด

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...