โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการเผยร่างกฎหมาย Lemon Law"ช่วยคุ้มครองผู้ซื้อผู้ขาย" หลังผ่าน ครม.

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“อัยการธนกฤต” เปิดสาระสำคัญร่าง กฎหมาย Lemon Law หลังผ่าน ครม.ชี้ เป็นกฎหมาย คุ้มครองผู้ซื้อผู้ขาย มีกติกาชัดเจน

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2569 ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุลอัยการผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ให้ความเห็น ถึงสาระสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือที่เรียกว่า กฎหมาย Lemon Law ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว มีสาระสำคัญในการกำหนดความรับผิดของผู้ขายที่มีต่อผู้ซื้อให้ชัดเจน เป็นระบบ และเป็นธรรมต่อทั้ง 2 ฝ่าย

เพื่อให้ผู้ซื้อมีสิทธิในการเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้า เปลี่ยนสินค้า ขอลดราคาสินค้า หรือเลิกสัญญาได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เหมาะสมและเป็นธรรม กับความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่เกิดขึ้น

เนื่องจากบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังไม่ได้ให้ความคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายอย่างชัดเจนและเพียงพอ โดยเฉพาะสินค้าที่ผู้ซื้อไม่อาจพบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าได้ในเวลาซื้อขายหรือส่งมอบสินค้า

ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือกฎหมาย Lemon Law มีสาระสำคัญที่น่าสนใจดังนี้

1. ขอบเขตการบังคับใช้

1) ครอบคลุมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าโดยกำหนดให้ “ผู้ซื้อ” หมายความรวมถึงผู้รับโอนหรือสืบสิทธิในสินค้าจากผู้ซื้อสินค้านั้นด้วย และ “ผู้ขาย” หมายความว่า ผู้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นปกติธุระ

2) ใช้บังคับกับความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องอันเนื่องมาจากการซื้อขายสินค้าทั่วไป และ ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าบางประเภทอันเนื่องมาจากการซื้อขายสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์

3) ไม่ใช้บังคับแก่ของที่ใช้แล้ว และไม่ใช้บังคับแก่สัตว์มีชีวิต รวมถึงสินค้าอื่นตามกำหนดในกฎกระทรวง

4) ใช้บังคับกับสัญญาแลกเปลี่ยน สินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ และการซื้อสินค้าโดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้ให้สินเชื่อและชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย โดยมีการส่งมอบการครอบครองให้ผู้รับสินเชื่อไปใช้ประโยชน์ด้วย ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

5) คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) มีข้อสังเกตว่า เจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการขยายสิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขายที่มีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายจะเป็นผู้บริโภคหรือไม่ ไม่เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ข้อพิพาทตามร่างพระราชบัญญัตินี้จึงเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ได้

2. ผู้ขายต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่มีอยู่ในเวลาส่งมอบสินค้าไม่ว่าผู้ขายจะรู้ถึงความชำรุดบกพร่องของสินค้าหรือไม่ก็ตาม และสำหรับสินค้าที่ต้องมีการติดตั้งหรือประกอบตามคู่มือที่ผู้ขายจัดให้ ผู้ขายต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้านั้นด้วยเช่นกันและรวมไปถึงส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ของสินค้าที่ผู้ขายได้ติดตั้งเพิ่มเติมหรือให้ไว้ขณะทำสัญญาซื้อขายในฐานะเป็นของใช้ประกอบกับสินค้านั้นด้วย แม้ว่าจะเป็นไปตามความประสงค์ของผู้ซื้อก็ตาม

3. ข้อตกลงใดที่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้าก่อนที่ผู้ซื้อจะพบว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่อง ที่เป็นผลเสียหรือเป็นภาระแก่ผู้ซื้อ ให้ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

4. หลักข้อสันนิษฐานความรับผิด

ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องภายในกำหนดเวลานับแต่วันส่งมอบสินค้า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่องในเวลาส่งมอบสินค้าโดยกรณีสินค้าทั่วไป กำหนดไว้ 6 เดือน กรณีรถยนต์ กำหนดไว้ 1 ปี และกรณีรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ 6 เดือน นับแต่วันส่งมอบ

5. หลักความรับผิดโดยเคร่งครัด (strictliability)

นำหลักเกณฑ์ความรับผิดโดยเคร่งครัด (strict liability) มาใช้บังคับ ทำให้ผู้ซื้อสินค้าไม่ต้องพิสูจน์ถึงความเสียหายของสินค้าในขณะที่มีการส่งมอบสินค้า ในกรณีดังต่อไปนี้

1) กรณีของรถยนต์ หากปรากฏความชำรุดบกพร่อง ภายในเวลา 1 ปีหรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 1 หมื่นกิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ หรือกรณีของรถจักรยานยนต์ หากปรากฏความชำรุดบกพร่อง ภายในเวลา 6 เดือนหรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 5 พันกิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องทุกกรณี เว้นแต่กรณีที่ความชำรุดบกพร่องเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ซื้อเอง ภายหลังจากผู้ซื้อได้รับมอบสินค้า

2) กรณีของเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์หากปรากฏความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 14 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ และผู้ขายต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา

6. สิทธิของผู้ซื้อในการเรียกให้ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้า

1) เรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้า

2) เรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้า

3) ขอลดราคาสินค้า

4) เลิกสัญญา

7. กรณีการซ่อมแซมสินค้า ประเด็นที่น่าสนใจ เช่น

1) หากผู้ขายได้ซ่อมแซมสินค้าจนความชำรุดบกพร่องนั้นหมดสิ้นไปภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้านั้นไว้ซ่อมแซม ผู้ซื้อจะไม่ยอมรับสินค้าที่ซ่อมแซมจนใช้งานได้ดีแล้วนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้แก่ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้

2) หากเป็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่ไม่ใช่ในสาระสำคัญ ผู้ซื้อต้องใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้าก่อน

3) ในกรณีของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หากผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซม ปฏิเสธที่จะซ่อมแซมและไม่เปลี่ยนสินค้า ผู้ซื้ออาจบอกกล่าวต่อผู้ขายว่าจะให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมแทนผู้ขาย โดยให้ผู้ขายเสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้

4) ถ้าผู้ซื้อใช้สิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าก่อนได้

5) หากผู้ซื้อใช้สิทธิขอลดราคาสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าก่อนได้ หากการลดราคาสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย

8. กรณีการเปลี่ยนสินค้า ประเด็นที่น่าสนใจ เช่น

1) สินค้าที่ผู้ขายจะเปลี่ยนให้ ต้องเป็นสินค้าใหม่ ประเภทและชนิดเดียวกัน ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน

2) ในกรณีความชำรุดบกพร่องของสินค้าเป็นสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ และผู้ขายต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ

3) กรณีที่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน 14 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้าได้ และผู้ขายต้องเปลี่ยนสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ

4) ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้แก่ผู้ซื้อแทนการซ่อมแซมก็ได้

5) ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิขอลดราคาสินค้า ผู้ขายอาจเลือกที่จะเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อก่อนได้ หากการลดราคาสินค้าก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย

9. กรณีการขอลดราคาสินค้า ประเด็นที่น่าสนใจ เช่น

1) ผู้ซื้อขอให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้าแล้วการซ่อมแซมทำให้สินค้าเสื่อมสภาพหรือเสื่อมราคา ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาสินค้าได้

2) ผู้ซื้อขอให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้า แต่ผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมสินค้าให้ความชำรุดบกพร่องหมดสิ้นไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้าไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมสินค้าและไม่เปลี่ยนสินค้าให้ ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาสินค้าได้

3) กรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เมื่อผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องหมดสิ้นไปภายใน 90 วัน สำหรับรถยนต์ หรือ 60 วัน สำหรับรถจักรยานยนต์ นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซม ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาสินค้าได้

10. กรณีการเลิกสัญญา

10.1 เหตุการเลิกสัญญาสำหรับสินค้าทั่วไป

1) กรณีผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมสินค้าให้ความชำรุดบกพร่องหมดสิ้นไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้าไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซมสินค้าและไม่เปลี่ยนสินค้าให้

2) กรณีผู้ขายปฏิเสธที่จะเปลี่ยนสินค้าและปฏิเสธซ่อมแซมสินค้า หรือเลือกที่จะซ่อมแซมสินค้าแต่ไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องหมดสิ้นไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้าไว้ซ่อมแซม

3) กรณีผู้ซื้อขอลดราคาสินค้าแล้วผู้ขายเลือกที่จะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้าให้เพราะเห็นว่าการลดราคาสินค้าจะก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ขาย แล้วผู้ขายปฏิเสธที่จะลดราคาสินค้า ซ่อมแซมสินค้า หรือเปลี่ยนสินค้านั้น

4) กรณีความชำรุดบกพร่องของสินค้าเป็นสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องนั้นภายใน7 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า ผู้ซื้อได้เรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้า แต่ผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

10.2 เหตุการเลิกสัญญาสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์

1) เป็นความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัย และผู้ขายไม่มีรถยนต์8232;หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้

2) กรณีความชำรุดบกพร่องกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เมื่อผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมให้ความชำรุดบกพร่องหมดสิ้นไปภายใน 90 วัน สำหรับรถยนต์หรือ 60 วัน สำหรับรถจักรยานยนต์ นับแต่วันที่รับมอบไว้ซ่อมแซม หรือผู้ขายปฏิเสธที่จะซ่อมแซม

10.3 เหตุการเลิกสัญญาสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์

กรณีความชำรุดบกพร่องของสินค้าเป็นสาระสำคัญและพบเห็นความชำรุดบกพร่องภายใน 14 วันนับแต่วันที่รับมอบสินค้า และผู้ซื้อได้เรียกให้ผู้ขายเปลี่ยนสินค้า แต่ผู้ขายปฏิเสธไม่เปลี่ยนสินค้าหรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

10.4 การเลิกสัญญาต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่มีสิทธิเลิกสัญญา เว้นแต่ผู้ซื้อและผู้ขายเห็นชอบร่วมกันให้เลิกสัญญา โดยให้ผู้ขายมีสิทธิคิดค่าเสื่อมสภาพอันเกิดจากการใช้สินค้า ณ วันรับมอบสินค้าคืน โดยหักจากเงินที่ผู้ขายจะต้องคืนให้แก่ผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายในกรณีเลิกสัญญาตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้คิดดอกเบี้ยในเงินที่ผู้ขายจะต้องคืนด้วย

10.5 เมื่อผู้ซื้อใช้สิทธิเลิกสัญญากรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง ดังนี้

1) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ตามสมควร ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายหรือจัดหาประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้ซื้อเพื่อชดเชยการขาดประโยชน์หรือไม่สามารถใช้ประโยชน์

2) ราคาสินค้าที่ผู้ซื้อได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย โดยคิดตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายได้รับไว้

3) ค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากความชำรุดบกพร่องตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น

ทั้งนี้ ผู้ขายมีสิทธิคิดค่าเสื่อมสภาพอันเกิดจากการใช้งานสินค้าดังกล่าวจากผู้ซื้อได้

11. การซื้อสินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ซื้อในการที่จะเรียกร้องให้ผู้ให้เช่าซื้อรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าเช่นเดียวกับผู้ขาย ถ้าผู้เช่าซื้อใช้สิทธิเรียกให้ผู้ให้เช่าซื้อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้า หากผู้ให้เช่าซื้อดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้าเกินกว่าจำนวนวันหรือเดือนที่นำมากำหนดในแต่ละงวดของการชำระค่าเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเลื่อนชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อในงวดต่อไปจนกว่าจะได้รับสินค้าที่ได้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้าที่ปราศจากความชำรุดบกพร่องแล้ว ในกรณีนี้ ให้ผู้เช่าซื้อเริ่มชำระค่าเช่าซื้อต่อไปตามจำนวนงวดเช่าซื้อที่เหลืออยู่ และถ้าผู้เช่าซื้อขอลดราคาสินค้า เมื่อได้จำนวนเงินที่ลดราคาลงแล้ว ให้คำนวณการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเสียใหม่หรือลดจำนวนงวดการผ่อนชำระลง

12. การซื้อสินค้าที่มีบุคคลที่สามเป็นผู้ให้สินเชื่อ การใช้สิทธิเรียกร้องของผู้ซื้อในการซื้อสินค้าโดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้ให้สินเชื่อและชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย และมีการส่งมอบการครอบครองให้ผู้รับสินเชื่อไปใช้ประโยชน์ โดยผู้ให้สินเชื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าเพื่อเป็นหลักประกันในการให้สินเชื่อดังกล่าว ผู้รับสินเชื่อสามารถใช้สิทธิเรียกร้องของผู้ซื้อต่อผู้ขาย เพื่อให้มีการซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้า ขอลดราคาสินค้า หรือเลิกสัญญาได้โดยตรง และการดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างผู้รับสินเชื่อกับผู้ให้สินเชื่อ

13. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดสินค้าอื่นให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติที่ใช้กับสินค้าบางประเภทเป็นการเพิ่มเติมได้

14. อายุความ

อายุความในการเรียกให้ผู้ขายรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ให้นับแต่เวลาที่ผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือเวลาที่ผู้ขายยอมรับที่จะซ่อมแซม ยอมรับที่จะเปลี่ยน หรือยอมรับที่จะลดราคาให้แก่ผู้ซื้อ โดยในกรณีสินค้าทั่วไปให้ขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปี กรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ ให้ขาดอายุความเมื่อพ้นสองปี

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...