กรมวิชาการเกษตรเร่งแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะคุกคามเกษตรกรไทย ผลผลิตดิ่ง 60%
วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาวิกฤตใบด่างมันสำปะหลัง โดยมี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อุปนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ โรงแป้งมันชัยภูมิพืชผล ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเร่งแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังที่คุกคามเกษตรกรไทยมาต่อเนื่องกว่า 7-8 ปี หลังพบพื้นที่ปลูกลดลง ขาดแคลนท่อนพันธุ์ ผลผลิตดิ่งลงเกือบ 60% ล่าสุดที่ประชุมมีมติเดินหน้าของบฉุกเฉิน 6,507.90 ล้านบาท พร้อมจัดหาที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 4,000 ไร่ เพื่อขยายพันธุ์ต้านทานโรคให้เกษตรกรทั่วประเทศ
ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศไทย โดยพื้นที่เพาะปลูกลดลงจาก 2 ล้านไร่ เหลือเพียง 1.15 ล้านไร่ ขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ดิ่งจาก 5 ตัน เหลือเพียง 2 ตัน แม้ปัจจุบันจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.3 ตัน/ไร่ แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก โรคดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรวมกว่า 6 แสนครัวเรือนทั่วประเทศ และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังของไทยทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ปัญหาขาดแคลนพันธุ์ต้านทานโรคยังส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบให้พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนราคาแป้งมันสำปะหลังไทยสูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค โดยแป้งมันสำปะหลังไทยมีราคาอยู่ที่ 600–700 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 600 เหรียญฯ และลาวเพียง 400 กว่าเหรียญฯ
ภาคเอกชนเตือนว่าหากสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไทยอาจสูญเสียตลาดส่งออกแป้งมันสำปะหลังในยุโรปให้กับแป้งมันฝรั่งในที่สุด กรมวิชาการเกษตรจึงเสนอโครงการฟื้นฟูโดยขอรับงบประมาณผ่าน พ.ร.ก. กู้เงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 6,507.90 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่การผลิต 335,000 ไร่ กำจัดต้นทีาเป็นโรค 586,562 ไร่ ผ่าน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การขยายพันธุ์ต้านทานโรค (อิทธิ 1, 2, 3) ตั้งเป้าครอบคลุม 5.35 ล้านไร่ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่กระจายได้เพียง 20,000 ไร่ การจัดระบบน้ำและบ่อจิ๋วร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงการรับซื้อและกำจัดต้นที่ติดเชื้อโดยนำมาเผาทำลายและแปรรูปเป็นถ่านไบโอชาร์ ขณะที่จังหวัดนครราชสีมายังเตรียมเสนอโครงการธนาคารท่อนพันธุ์สะอาดประจำตำบล และโครงการเพิ่มผลผลิตในแปลงใหญ่อีก 40 แห่ง
ด้านการจัดหาพื้นที่ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จะประสานงานกับเลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อขอใช้พื้นที่ 4,000–5,000 ไร่ บริเวณรอบศูนย์ห้วยบง สำหรับเป็นแหล่งขยายพันธุ์ต้านทานโรค โดยตั้งเป้าได้ข้อสรุปเบื้องต้นภายใน 10 วัน อย่างไรก็ตาม ทั้งงบประมาณฉุกเฉิน 6,500 ล้านบาท และงบที่สนอขออีกกว่า 600 ล้านบาทผ่านคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง ไปยังสำนักงบประมาณยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับปรุงเอกสารโครงการให้แสดงผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณต่อไป