โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อ่านหนังสือวันละ 30 นาที อาจช่วยให้มีอายุยืนขึ้นเกือบ 2 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลพบว่า ผู้ที่อ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 30 นาที มีแนวโน้มอายุยืนกว่าคนที่ไม่อ่าน โดยกลุ่มที่อ่านมากกว่า 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลง 23% ในช่วงติดตามผล 12 ปี

ข่าวดีสำหรับคนรักหนังสือ เพราะงานวิจัยใหม่พบว่า คนที่ใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 30 นาที มีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Social Science & Medicine โดยการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 3,635 คน อายุ 50 ปีขึ้นไป พบว่า ผู้ที่ใช้เวลาจมอยู่กับหนังสือมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเฉลี่ยเกือบ 2 ปี หรือคิดเป็น “ข้อได้เปรียบด้านอัตราการรอดชีวิต 23 เดือน” ตามรายงานของนักวิจัย

งานวิจัยจากทีมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐฯ พบว่า ยิ่งคนอ่านหนังสือมากเท่าไร โอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาวก็เพิ่มขึ้นมากขึ้น โดยใช้เวลาอ่านเพียงประมาณ 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 30 นาที ก็อาจเห็นความแตกต่างได้

แต่งานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้พิสูจน์โดยตรงว่าการอ่านหนังสือเป็นสาเหตุที่ทำให้อายุยืนขึ้น แต่พบเพียงความสัมพันธ์ระหว่าง “การอ่านหนังสือ” กับ “การมีอายุยืน” เท่านั้น ถึงอย่างนั้น ผลการศึกษาก็สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าที่ชี้ว่า การอ่านหนังสืออาจช่วยให้สมองทำงานอยู่เสมอ และส่งเสริมสุขภาพสมองในระยะยาว

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอธิบายว่า การอ่านหนังสือแบบตั้งใจและจดจ่อ โดยเฉพาะการอ่านนิยายที่ต้องติดตามเรื่องราว ตัวละคร และรายละเอียดต่าง ๆ อาจช่วยสร้างสิ่งที่เรียกว่า “cognitive engagement” หรือการกระตุ้นการทำงานของสมองอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเอโมรี ในเมืองแอตแลนตา ที่พบว่า การอ่านนิยายสามารถกระตุ้นและเสริมความแข็งแรงให้กับบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลภาษา

พูดง่าย ๆ คือ การอ่านหนังสืออาจเป็นเหมือน “การออกกำลังกายให้สมอง” คล้ายกับที่การเข้ายิมช่วยฝึกร่างกาย

นักวิจัยยังเสนอว่า การอ่านนิยายอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น หรือ empathy ทำให้คนเชื่อมโยงกับผู้คนและโลกรอบตัวมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข มีส่วนร่วมกับสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ งานวิจัยพบว่า “การอ่านหนังสือ” มีความสัมพันธ์กับอายุยืนมากกว่าการอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร

หนึ่งในนักวิจัยอย่าง Avni Bavishi ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า สาเหตุอาจเป็นเพราะหนังสือช่วยให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับเนื้อหามากกว่า ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสมองมากขึ้น และอาจส่งผลต่ออายุขัยในระยะยาว

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • คนที่ไม่อ่านหนังสือเลย
  • คนที่อ่านหนังสือไม่เกิน 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • คนที่อ่านหนังสือมากกว่า 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

หลังติดตามผลเป็นเวลา 12 ปี และปรับปัจจัยอื่น ๆ เช่น เพศ เชื้อชาติ รายได้ และระดับการศึกษา พบว่า กลุ่มที่อ่านหนังสือมากกว่า 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีโอกาสเสียชีวิตลดลง 23% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่อ่านหนังสือเลย

ส่วนกลุ่มที่อ่านหนังสือไม่เกิน 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีโอกาสเสียชีวิตลดลง 17%

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องศึกษาต่อว่า การอ่านนิยายและสารคดีให้ประโยชน์แตกต่างกันหรือไม่ รวมถึงการอ่านผ่านอีบุ๊กและฟังหนังสือเสียง จะให้ผลดีต่อสุขภาพเทียบเท่าการอ่านหนังสือกระดาษหรือไม่

ผลการศึกษานี้ช่วยเพิ่มหลักฐานที่สนับสนุนว่า การอ่านหนังสืออาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิด โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า การอ่านเป็นประจำช่วยให้สมองตื่นตัวและอาจช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นในปี 2009 พบว่า การอ่านหนังสือช่วยลดระดับความเครียดได้

แม้ยังไม่สามารถสรุปได้เต็มร้อยว่า “ความรักในการอ่าน” เป็นเหตุผลที่ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น แต่การหยิบหนังสือเล่มที่วางไว้บนชั้นมาเปิดอ่านวันละ 30 นาที ก็อาจเป็นหนึ่งในกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ดีต่อทั้งสมองและชีวิตในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...