เลขา กอช. คนใหม่ เดินหน้า “สลาก กอช.” คาดขายสิ้นปี 69 เล็งแก้เกณฑ์ให้ถอนเงินฉุกเฉิน-ใช้ยื่นกู้ได้
เลขา กอช. คนใหม่ เดินหน้าผลักดัน "สลาก กอช." คาดเปิดขายอย่างเป็นทางการสิ้นปี 2569 พร้อมเล็งแก้ไขกฎหมาย ปลดล็อกให้สมาชิกถอนเงินออมยามฉุกเฉินได้ก่อนอายุ 60 ปี - ใช้ประวัติการออมเป็นหลักฐานยื่นขอสิ้นเชื่อได้
29 มิ.ย. 2569 - นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ว่า กอช. มีความตั้งใจที่จะผลักดันโครงการ สลาก กอช.เพื่อเดินหน้าเงินออมยามเกษียณให้แก่ประชาชน ให้เกิดขึ้นภายในปี 2569 นี้ โดยขณะนี้ขอเวลาทบทวนรายละเอียดโครงการ 60 วัน หรือไม่เกินเดือน ส.ค. 2569 โดยจะดูความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายลูก ระบบด้านไอที งบประมาณที่ใช้ดำเนินการและเงินรางวัล รูปแบบการซื้อ การคืนเงิน และการหักเงิน ตลอดจนเป้าหมายที่จะดึงคนเข้ามาออมเพิ่มขึ้น
“จากการหารือกับ รมว. คลัง และ ฝ่ายนโยบาย ไม่ได้ติดขัดในการเดินหน้าโครงการสลาก กอช. ดังนั้นในช่วงนี้จะขอเวลา 60 วัน มาจัดระบบหลังบ้านให้มีความชัดเจน จากนั้นจะนำเข้าไปเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณาดูอีกครั้ง หากเห็นชอบก็จะรีบเดินหน้าเต็มตัว ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในสิ้นปี 2569 และจะสามารถเปิดขายสลาก กอช. ได้เป็นทางการ เพื่อจูงใจให้คนไทยหันมาออมเงินมากขึ้น”
ทั้งนี้ในปี 2569 วางเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้ 140,000 คน จากสมาชิกปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 2 ล้านคน โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีสมาชิกใหม่สมัครเข้ามาแล้วจำนวน 20,000 คน จึงเป็นโจทย์ท้าทายในช่วงครึ่งปีหลังที่จะพยายามทำให้ได้อีก 120,000 คน โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา ให้เข้ามาเริ่มเก็บออมตั้งแต่อายุ 15 ปี
นอกจากนี้ กอช. มีแผนปรับปรุงการออมและถอนเงินของสมาชิก โดยออกแบบให้สอดรับกับช่วงอายุวัย โดยจะแก้ไขข้อกฎหมาย เพื่อเปิดช่องให้สมาชิกสามารถถอนเงินออมออกมาใช้จ่ายก่อนได้ในยามฉุกเฉินก่อนถึงกำหนดอายุ 60 ปี เนื่องจากมองว่าระบบการออมแบบเดิมที่บังคับให้เก็บเงินยาวนานเป็น 10-20 ปีโดยไม่สามารถนำออกมาใช้ได้นั้น อาจไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันที่ต้องการความยืดหยุ่น โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกก่อน จากนั้นจึงเริ่มมาพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
“โมเดลที่ใช้อาจเป็น 60:40 ซึ่งจะปรับเงื่อนไขให้สมาชิกสามารถถอนเงินออมในสัดส่วน 40% ออกมาใช้จ่ายในยามจำเป็นฉุกเฉิน หรือนำไปเป็นเงินทุนสำหรับต่อยอดอาชีพและธุรกิจในระหว่างทางได้ ในขณะที่เงินออมอีก 60% จะยังคงถูกเก็บไว้เพื่อเป็นหลักประกันและเงินบำนาญสำหรับใช้จ่ายในวัยเกษียณตามเจตนารมณ์หลักของกองทุน”
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการเงินออม เพื่อส่งต่อเป็นมรดกหรือเงินช่วยค่าฌาปนกิจในกรณีที่เสียชีวิต รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน นำประวัติการออมสมาชิก มาใช้ประกอบขอสินเชื่อได้อีกด้วย
“เด็กบางคนที่เริ่มออมเงินกับ กอช. ตั้งแต่อายุ 15 แล้วถึงวันที่เขาเรียนจบอายุ 22-24 ปี เราอาจจะให้เขาเอาประวัติการออมมาเป็นหลักฐานในการยื่นขอสินเชื่อได้เพื่อนำมาทำธุรกิจ เช่น เริ่มต้นเป็นสตาร์ทอัพ”