โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CAAT เร่งสอบสวนปมลูกเรือการบินไทย นำยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย รายงานเหตุการจับกุม พนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังจากตรวจพบว่า ได้ซุกซ่อนยาเสพติด เป็นเฮโรอีน หนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐเข้าประเทศนั้น

ล่าสุดพบว่าเป็นลูกเรือการบินไทย เพศหญิง ถูกทางการออสเตรเลีย จับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ บนเที่ยวบิน TG 465 ขณะกำลังทำหน้าที่ลูกเรือ โดยสุนัขดมกลิ่นได้ตรวจพบ และการบินไทยมีการสั่งกรรมการสอบวินัยแล้ว

จากกรณีดังกล่าวทำให้มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการตรวจค้นผู้โดยสารภายในท่าอากาศยาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน ได้ประสานผู้ดำเนินการสนามบินและสายการบินที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามข้อเท็จจริงและตรวจสอบการดำเนินงาน

ยันทำตามกฏ CAAT

พร้อมยืนยันว่ากระบวนการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระ ณ จุดตรวจค้นของประเทศไทยดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดของ CAAT ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อแนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

การตรวจค้นเพื่อความปลอดภัยการบินมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการนำสิ่งของต้องห้าม (Prohibited Items) ที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยของอากาศยาน ผู้โดยสาร และลูกเรือขึ้นสู่อากาศยาน (Safety and Security)

ส่วนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง CAAT จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อร่วมมือกันปรับปรุงแนวทางการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพและป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ประสานสายการบินติดตามผลเบื้องต้น

ทั้งนี้ CAAT ได้ประสานงานกับสายการบินเพื่อติดตามผลการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว และหากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดจริง CAAT จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการเดินอากาศ รวมถึงพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับใบรับรองสมาชิกลูกเรือ (Crew Member Certificate: CMC) เพื่อรักษามาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีลูกเรือของสายการบินไทยขนสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ทำการบินจากประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย หลังสุนัขดมกลิ่นตรวจพบสิ่งผิดปกติในสัมภาระ

รับลูกเรือทำผิดจริง

เรื่องดังกล่าวยอมรับว่าลูกเรือดังกล่าวกระทำความผิดจริง ซึ่งขั้นตอนจะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย บริษัทจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย และบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

ส่วนกระบวนการของบริษัท การบินไทยนั้น จากเหตุที่เกิดขึ้นได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ขณะเดียวกันได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และสอบวินัยทันที เพื่อให้ได้ข้อสรุปใน 7 วัน

หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หากกระบวนการสรุปออกว่าเป็นความจริง ก็จะดำเนินการลงโทษสูงสุดด้วยการเลิกจ้าง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้การบินไทยได้รับความเสียหาย และเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

ยอมรับว่าเรื่องนี้สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมากให้กับการบินไทย ซึ่งต่อไปจะยิ่งทำให้ลูกเรือ หรือคนไทย ที่จะเดินทางเข้าออสเตรเลีย อาจจะเข้ายาก หรือมีขั้นตอนยุ่งยากขึ้นแน่ แต่ลึกๆ ก็เชื่อว่าแต่ละประเทศก็คงไม่ตัดสินจากเหตุการณ์นี้เหตุการณ์เดียว ก็ต้องแยกเป็นบุคคลไป

ยันสายการบินมีกฏเข้มงวด

นอกจากนั้นขอย้ำว่า การบินไทย มีระบบ และกฎระเบียบที่ เข้มงวด เคร่งครัดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตนก็ได้ยิ่งกำชับไปตามสายงานให้เข้มงวด กวดขันมากขึ้น บางอย่างก็อาจจะควบคุมยาก

เพราะการบินไทยมีลูกเรือกว่า 4,000 คน นักบินอีกกว่า 1,000 คน ก่อนออกทำการบิน การบินไทยก็มีการบรีฟข้อบังคับ ข้อห้าม สิ่งผิดกฎหมายทุกอย่างอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้อยู่ว่าสิ่งใดทำได้ หรือ ไม่ได้ หรือผิดกฎหมาย ดังนั้นทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง นายชาย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...