เจ้าของมินิมาร์ทสงขลา ร้อง สว. ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกโอนเงิน ชี้ตำรวจไม่สอบปากคำผู้ต้องหาตัวจริง
เจ้าของมินิมาร์ทในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาฉ้อโกง โดยเธอเล่าว่าถูกแก๊งต้มตุ๋นที่รู้จักในชื่อ "นายอดุลย์" ซึ่งเป็นลูกค้าประจำหลอกลวง นายอดุลย์เคยมาซื้อสินค้าและขอหมายเลขบัญชีเพื่อโอนเงินค่าสินค้า ต่อมามีเงินโอนเข้าบัญชีของเธอจำนวน 26,000 บาท นายอดุลย์ได้มาที่ร้านและแจ้งว่ามีการโอนเงินเกินมา ขอรับเงินส่วนที่เกินไปเป็นเงินสด เธอจึงได้ให้เงินสดส่วนที่เกินไปแก่นายอดุลย์ หลังจากการนั้น เธอได้รับโทรศัพท์จาก "นายสุพจน์" ที่อ้างว่าอยู่จังหวัดสระแก้ว แจ้งว่าโอนเงินมาผิดบัญชี 26,000 บาท และขอให้เธอโอนคืน เธอได้แจ้งไปว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนายอดุลย์อ้างว่าเป็นค่าสินค้าที่ติดค้าง และได้คืนเงินส่วนที่โอนเกินไปให้นายอดุลย์เป็นเงินสดแล้ว แต่นายสุพจน์อ้างว่าไม่รู้จักนายอดุลย์ และหากไม่โอนคืนให้ทั้งหมดจะไปแจ้งความ
หลังจากนั้น นายสุพจน์ได้แจ้งความที่ สภ.สระแก้ว โดยพนักงานสอบสวนระบุว่าเข้าข่ายฉ้อโกง ทำให้เธอต้องไปแจ้งความที่ สภ.สงขลา เพื่อให้ติดตามตัวนายอดุลย์มาดำเนินคดี เนื่องจากเธอเชื่อว่านายอดุลย์สมคบกับนายสุพจน์ โดยเป็นผู้ส่งหมายเลขบัญชีของเธอให้นายสุพจน์โอนเงินเข้ามา และมารับเงินส่วนที่โอนเกินไปเป็นเงินสด แต่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา กลับมองว่าเธอเป็นผู้ต้องหา และไม่ยอมออกหมายเรียกนายอดุลย์มาสืบสวนสอบสวน โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของ สภ.สระแก้ว ทั้งที่เธอได้มอบหลักฐานทั้งหมด รวมถึงภาพถ่ายนายอดุลย์จากกล้องวงจรปิด และข้อมูลที่อยู่ รวมถึงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับการหลอกลวงผู้อื่นในจังหวัดสงขลาหลายราย
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เธอเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากบัญชีทุกบัญชีของเธอถูกอายัด ทำให้การทำธุรกรรมของร้านค้าติดขัด เธอจึงมาร้องขอความเป็นธรรม โดยขอให้ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ติดตามตัวนายอดุลย์มาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับนายสุพจน์หรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ถอนการอายัดบัญชีอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังขอให้ตำรวจ สภ.สระแก้ว ออกหมายเรียกนายอดุลย์มาสืบสวนสอบสวนด้วย เนื่องจากนายอดุลย์เป็นผู้ส่งหมายเลขบัญชีของเธอให้นายสุพจน์โอนเงินเข้ามา และมารับเงินส่วนที่โอนเกินไป หลังจากนั้นนายสุพจน์ก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าโอนเงินผิดและขอให้เธอโอนคืนทั้งหมด ทั้งที่เงินส่วนนั้นนายอดุลย์ได้รับไปแล้ว เธอเชื่อว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิด เพราะเธอไม่รู้จักนายสุพจน์ และหากนายสุพจน์ไม่เกี่ยวข้องกับนายอดุลย์ ก็ไม่มีทางที่จะรู้หมายเลขบัญชีของเธอได้ เธอจึงขอร้องเรียนผ่านสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเป็นปากเสียงและสื่อสารไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกหลอกลวงและตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาฉ้อโกง
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news