โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองจเรตำรวจฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ลุยปราบทุนต่างชาติสีเทา-อาชญากรรมข้ามชาติ

THE STANDARD

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • thestandard.co
รองจเรตำรวจฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ลุยปราบทุนต่างชาติสีเทา-อาชญากรรมข้ามชาติ

วันนี้ (18 มิถุนายน) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรป่าตอง และสถานีตำรวจภูธรกมลา จังหวัดภูเก็ต เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองจเรตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำและกำชับแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบาย 3 ระยะ ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามาหลบซ่อนหรือกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมให้การต้อนรับและดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทุกคน แต่จะไม่ยินยอมให้กลุ่มบุคคลใดใช้พื้นที่ของประเทศเป็นฐานในการกระทำความผิดในทุกรูปแบบ

พล.ต.ท. ไตรรงค์ ระบุว่า พื้นที่ตำบลป่าตองและตำบลกมลา อำเภอกะทู้ ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของตำรวจภูธรภาค 8 และเป็นหมุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์และภัยอาชญากรรมที่หลากหลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องบูรณาการกำลังเพื่อปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเด็ดขาด

โดยเฉพาะการกวาดล้างการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายของชาวต่างชาติในลักษณะนอมินี อาชญากรรมข้ามชาติ การพนันออนไลน์ ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการสกัดกั้นไม่ให้เป็นแหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ จะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีสากลได้อย่างมหาศาล

นอกจากภารกิจด้านการกวาดล้างอาชญากรรมแล้ว พล.ต.ท. ไตรรงค์ ยังได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบและจัดระเบียบรถขนส่งสาธารณะทุกประเภทในพื้นที่ ตามที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร้องเรียน โดยกำชับให้บังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ตลอดจนห้ามมิให้มีการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารโดยเด็ดขาด

ในตอนท้าย รองจเรตำรวจแห่งชาติได้กำชับถึงมาตรการควบคุมความประพฤติภายในองค์กร โดยขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในทางพฤตินัยและนิตินัย หากพบว่ามีข้าราชการตำรวจกระทำความผิดทางอาญาหรือกระทำผิดวินัยร้ายแรง จะต้องถูกลงโทษโดยใช้อำนาจทางปกครองอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการฝึกทบทวนยุทธวิธีประจำสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระเบียบวินัยและวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การส่งมอบบริการที่ยอดเยี่ยมและสร้างความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...