โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” ประกาศย้ำ ปิดดีล! MOU กับสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังลงนามดิจิทัลทั้งสองฝ่าย เตือนผู้ละเมิดต้องจ่ายราคาแพง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อิหร่าน” ประกาศย้ำ ปิดดีล! MOU กับสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังลงนามดิจิทัลทั้งสองฝ่าย เตือนผู้ละเมิดต้องจ่ายราคาแพง

อิหร่านยืนยันอย่างเป็นทางการว่า บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ได้เสร็จสมบูรณ์และมีผลสมบูรณ์แล้ว หลังจากทั้งสองฝ่ายดำเนินการลงนามผ่านระบบดิจิทัลเป็นที่เรียบร้อย พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) รายงานว่า นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้นให้ใช้วิธีลงนามใน MOU ผ่านระบบดิจิทัล ส่งผลให้เอกสารดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ทางการเมืองและทางกฎหมายตามกรอบที่กำหนดไว้แล้ว

“บันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเรียบร้อย” นายบากาอีกล่าว พร้อมระบุว่า แม้จะมีแผนให้คณะผู้แทนเดินทางไปยังกรุงเจนีวา แต่จะไม่มีพิธีลงนามเพิ่มเติมในสวิตเซอร์แลนด์

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังเตือนว่า เมื่อเอกสารดังกล่าวได้รับการรับรองโดยผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศแล้ว การละเมิดข้อตกลงจะต้องเผชิญกับ “ต้นทุนและผลกระทบที่สูงกว่าเดิม”

สำหรับสาระสำคัญของ MOU ฉบับนี้ บากาอีระบุว่า หลายประเด็นเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายเคยหารือกันมาก่อน โดยในช่วง 60 วันข้างหน้า การเจรจาจะมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม อิหร่านย้ำว่า การเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดเชิงลึกด้านนิวเคลียร์ยังไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วนในขณะนี้ เนื่องจากเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการยุติความขัดแย้งและลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ซึ่งอิหร่านมองว่าบรรลุผลสำเร็จในขั้นต้นแล้ว

นายบากาอีกล่าวว่า อิหร่านได้ร้องขอให้มีการจัดทำเอกสาร MOU ทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาฟาร์ซี เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และป้องกันการตีความคลาดเคลื่อนจากการแปลภาษา

“นี่คือระดับสูงสุดของความโปร่งใสในการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะหากมีเพียงฉบับภาษาอังกฤษ อาจนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันได้” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าว

ทั้งนี้ ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่า เนื้อหาในฉบับภาษาฟาร์ซีมีความสอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษทุกประการ และถือเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันและสมบูรณ์อย่างเต็มรูปแบบ

รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารผ่านระบบดิจิทัลแล้ว ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ลงนามในนามของรัฐบาลอิหร่านตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตามองจากนานาชาติ เนื่องจากอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังเผชิญความขัดแย้งทางการเมือง ความมั่นคง และมาตรการคว่ำบาตรมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

#อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #MOU #USIran #Iran #USA #โดนัลด์ทรัมป์ #Trump #JDVance #เจนีวา #สวิตเซอร์แลนด์ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวโลก #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง #อิหร่านสหรัฐ #ข้อตกลงสหรัฐอิหร่าน #คว่ำบาตรอิหร่าน #นิวเคลียร์อิหร่าน #IranNuclear #WorldNews #BreakingNews #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #Geopolitics #GlobalPolitics #MiddleEast #MiddleEastNews #InternationalNews #Diplomacy #PeaceDeal #Sanctions #ForeignPolicy #USForeignPolicy #IranDeal #WorldPolitics #สถานการณ์โลก #ข่าวต่างประเทศล่าสุด #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #เจรจาสันติภาพ #เศรษฐกิจโลก #พลังงานโลก #น้ำมันโลก #IRIB #เอสมาอิลบากาอี #MohammadBagherGhalibaf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...