‘สรรเพชญ’ ยันรัฐบาลดูแลหาดใหญ่ครบทุกมิติ พร้อมวางแผนป้องน้ำท่วมระยะยาว
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ และไม่จัดสรรงบประมาณดูแลประชาชนในพื้นที่ว่า เป็นการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนและบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการดูแลประชาชนจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การเยียวยาผู้ประสบภัย การฟื้นฟูพื้นที่เสียหาย ไปจนถึงการวางแผนป้องกันน้ำท่วมในอนาคต
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ภายหลังเหตุอุทกภัย รัฐบาลได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดสงขลาได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 2,099 ล้านบาท ครอบคลุมด้านการดำรงชีพ การแพทย์ การเกษตร การบรรเทาสาธารณภัย และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน
เฉพาะอำเภอหาดใหญ่ รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือด้านการดำรงชีพให้ประชาชนแล้ว 94,734 ครัวเรือน รวมเป็นเงินกว่า 1,892 ล้านบาท และการช่วยเหลือในส่วนนี้เสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 รัฐบาลได้อนุมัติเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยจังหวัดสงขลามีผู้ได้รับการโอนเงินสำเร็จ 642,644 ครัวเรือน รวม 5,783 ล้านบาท ขณะที่อำเภอหาดใหญ่มีผู้ได้รับการโอนเงินสำเร็จ 248,334 ครัวเรือน รวม 2,235 ล้านบาท
นอกเหนือจากการเยียวยาโดยตรง รัฐบาลยังได้รับความช่วยเหลือจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) วงเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลา โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 อนุมัติให้กระทรวงการคลังรับความช่วยเหลือดังกล่าว เพื่อนำไปจัดสรรให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ วงเงินประมาณ 20 ล้านบาท สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่ได้รับความเสียหาย, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา วงเงิน 7 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์, เทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ วงเงิน 6 ล้านบาท สำหรับซ่อมแซมศูนย์พักพิงและจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึง 30 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือครัวเรือนกลุ่มเปราะบางผ่านจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา โดยทุกโครงการมีกำหนดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
“ตัวเลขและมาตรการทั้งหมดสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งหาดใหญ่ แต่ได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเยียวยา การฟื้นฟู และการระดมความร่วมมือจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเดินหน้าต่อได้โดยเร็ว เพราะหาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น” นายสรรเพชญ กล่าว
สำหรับกรณีการของบกลาง 99.5 ล้านบาท นายสรรเพชญ ชี้แจงว่า เป็นข้อเสนอของภาค กกร. ที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพิ่มเติมในส่วนของการฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายในระยะต่อไป ไม่ใช่หลักฐานว่ารัฐบาลไม่เคยดำเนินการหรือไม่เคยจัดสรรงบประมาณให้พื้นที่หาดใหญ่ เพราะในข้อเท็จจริง รัฐบาลได้ใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนและขับเคลื่อนการฟื้นฟูมาอย่างต่อเนื่องแล้วหลายส่วน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในมิติการป้องกันน้ำท่วม รัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ได้วางแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาอย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ แผนเร่งด่วน ปี 2569 วงเงิน 1,244.349 ล้านบาท แผนระยะกลาง ปี 2570–2573 วงเงิน 4,220 ล้านบาท และ แผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป วงเงิน 28,795 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 34,259.349 ล้านบาท
ในแผนเร่งด่วน ปี 2569 จะเร่งดำเนินการขุดลอกคลอง 9 สาย ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ได้รับความเสียหาย 161 แห่ง พัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ รวมถึงศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง ร.1 – ร.6 และโครงการคลองผันน้ำสายใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนและน้ำหลากไว้แล้ว ทั้งการตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำ 57 แห่ง พร้อมเครื่องจักรและเครื่องมือ 488 หน่วย รวมถึงระบบโทรมาตร 34 แห่ง ที่พร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
“หากมองภาพรวมจะเห็นว่า อดีต รัฐบาลได้เร่งบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาผู้ประสบภัย ปัจจุบัน กำลังเดินหน้าฟื้นฟูทั้งประชาชน ระบบสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชน ด้วยงบประมาณของรัฐและความร่วมมือจาก ADB ขณะที่ อนาคต ก็ได้วางแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ดังนั้น การออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่ดูแลหาดใหญ่ จึงเป็นการพูดที่ไม่ครบถ้วน และบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” นายสรรเพชญ กล่าว
นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องน้ำท่วมไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง
“หาดใหญ่คือหัวใจทางเศรษฐกิจของภาคใต้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญมาตั้งแต่การบรรเทาทุกข์ การเยียวยา การฟื้นฟู ไปจนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว การกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ดูแลหาดใหญ่ จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นายสรรเพชญ กล่าว