โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นายกรัฐมนตรี’ เตรียมเยือนเวียดนามตามคำเชิญ ‘โต เลิม’ 8-9 มิ.ย. นี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"นายกรัฐมนตรี" เตรียมเยือนเวียดนามตามคำเชิญ "โต เลิม" 8-9 มิ.ย. นี้ พร้อมร่วมประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ASEAN Future Forum

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนเริ่มวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ทราบถึงความสำเร็จในการต้อนรับ นายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่มาเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีมาก ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าไทยและเวียดนามเป็นประเทศสำคัญของอาเซียน และมีศักยภาพที่จะร่วมมือกันได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร เทคโนโลยี อุตสาหกรรมอนาคต รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งเมื่อเราได้ยกระดับความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน เราจึงได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์จากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 24,000 ล้านดอลลาร์

"อยากให้ทุกกระทรวงมองการเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือไทย-เวียดนามจาก "ความสัมพันธ์ที่ดี" ไปสู่ "ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม" โดยเฉพาะหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนรอบด้านไทย-เวียดนาม ปี 2569 - 2574" นายกรัฐมนตรี ระบุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงการตอบรับคำเชิญไปเยือนกรุงฮานอย รวมทั้งจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ASEAN Future Forum (AFF 2026) ในช่วงวันที่ 8-9 มิ.ย. 2569 จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไปดูว่า ในส่วนของกระทรวงของท่านมีเรื่องใดที่สามารถต่อยอดกับเวียดนามได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้า การส่งเสริมการลงทุน การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางอาหาร หรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

"สิ่งสำคัญคือ อย่าให้ความร่วมมือจบอยู่แค่ในเอกสารหรือการประชุม แต่ต้องแปลงเป็นแผนงาน โครงการ และผลลัพธ์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศจับต้องได้ ดังนั้นขอให้ทุกกระทรวงช่วยกันเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...