โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดค่าตั๋วรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง ชง ครม.เคาะโอน รฟม.คุมเจ้าเดียวเบ็ดเสร็จ ข้ามสายจ่ายครั้งเดียว

Manager Online

อัพเดต 1 มิถุนายน 2569 เวลา 23.44 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“คมนาคม”เดินหน้าตั๋วร่วม ชง ครม.เคาะ Single Ownership รฟม.รับโอนรถไฟฟ้าเขียว-ทอง-แดงบริหารเจ้าเดียว ข้ามสายคิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว ค่าตั๋ว 17-45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง ตั้งเป้าคิกออฟ ปีใหม่ 70 กองทุนตั๋วร่วม วางทุนประเดิม 3,000 ล้านบาท

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 1/ 2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เสนอ ดังนี้

1. ให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่องมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทสายตามนโยบายรัฐบาลระยะที่ 2

2.ให้สนข.นำเสนออัตราค่าโดยสารร่วม โดยมีอัตราค่าแรกเข้า ตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อนและรายงานครม.เพื่อทราบตามขั้นตอนต่อไป

3. ให้คณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ. 2562 ของสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ในแต่ละสัญญา ดำเนินการเจรจาค่าแรกเข้าและส่วนแบ่งรายได้เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารส่วนเกินที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปในการแบ่งรายได้กับผู้ประกอบการเพื่อคืนให้กับประชาชน

สำหรับการดำเนินการพัฒนาศูนย์บริหารจัดการรายได้ (CCH) นั้น ให้ยกเลิกมติครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่องมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทสาย ตามนโยบายรัฐบาลระยะที่ 2 ที่มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง

และให้นำเสนอครม.พิจารณามอบหมายให้ สนข.หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง หรือ CCH ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วม ในระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

@ชง ครม.เคาะ Single Ownership ให้ รฟม.รับโอนรถไฟฟ้าเขียว-ทอง-แดงบริหารเจ้าเดียว

รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมครม.วันที่ 2 มิ.ย. 2569 รับทราบมติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) โดยให้โอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง มายังรฟม.เพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 และมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568

โดยหลังจากครม.เห็นชอบ จะเริ่มดำเนินโอนการอำนาจในการจัดเก็บค่าโดยสารและภาระการจ่ายค่าจ้างเดินรถ รถไฟฟ้าทุกสาย ให้รฟม. ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะโอนทรัพย์สินและหนี้สินและสิทธิสายสีเขียว สายสีทองส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โอนสิทธิสายสีแดง เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารร่วมปีใหม่ 2570

@ค่าโดยสารแรกเข้าไม่เกิน 17 บาทสูงสุด ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง (กี่สายก็ได้)

รายงานข่าวระบุว่า หลักการ Single Ownership มอบอำนาจให้รฟม.จัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ยังไม่มีการแก้ไขสัญญา ทุกโครงการยังคงดำเนินการภายใต้สัญญาปัจจุบัน โดยรัฐจะออกมาตรการค่าโดยสารเริ่มต้นไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว จากต้นทาง-ปลายทาง (ต่อกี่สายก็ได้ ) โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน ความหมายคือ เก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวและอัตราสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งกองทุนตั๋วร่วมฯขึ้นมา โดยคาดปี 2570 ตั้งวงเงินชดเชยค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท

นอกจากการเร่งจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการรายได้ (CCH) แล้ว จะให้คู่สัญญาฝ่ายรัฐเร่งเจรจากับผู้ให้บริการเดินรถแต่ละราย เร่งติดตั้งหัวอ่าน บัตร EMV ที่ GATE ทางเข้าระบบทุกสถานี และเจราส่วนแบ่งรายได้เพิ่ม (Revenue Sharing) ของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มจากมาตรการค่าโดยสร 17-45 บาทและเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ซึ่งประเมินการเจรจา Revenue Sharing ไว้ที่ไม่เกิน 30% แต่หากเจรจาไม่ได้ เอกชนไม่ยินยอมแบ่งรายได้ส่วนที่มาจากผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นให้รัฐ คาดว่ารัฐต้องใช้เงินชดเชยประมาณ 5,900 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นจึงขึ้นกับการเจรจาเพื่อขอส่วนแบ่งรายได้กี่เปอร์เซ็นต์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...