เปิดค่าตั๋วรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง ชง ครม.เคาะโอน รฟม.คุมเจ้าเดียวเบ็ดเสร็จ ข้ามสายจ่ายครั้งเดียว
“คมนาคม”เดินหน้าตั๋วร่วม ชง ครม.เคาะ Single Ownership รฟม.รับโอนรถไฟฟ้าเขียว-ทอง-แดงบริหารเจ้าเดียว ข้ามสายคิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว ค่าตั๋ว 17-45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง ตั้งเป้าคิกออฟ ปีใหม่ 70 กองทุนตั๋วร่วม วางทุนประเดิม 3,000 ล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 1/ 2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เสนอ ดังนี้
1. ให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่องมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทสายตามนโยบายรัฐบาลระยะที่ 2
2.ให้สนข.นำเสนออัตราค่าโดยสารร่วม โดยมีอัตราค่าแรกเข้า ตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อนและรายงานครม.เพื่อทราบตามขั้นตอนต่อไป
3. ให้คณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ. 2562 ของสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ในแต่ละสัญญา ดำเนินการเจรจาค่าแรกเข้าและส่วนแบ่งรายได้เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารส่วนเกินที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปในการแบ่งรายได้กับผู้ประกอบการเพื่อคืนให้กับประชาชน
สำหรับการดำเนินการพัฒนาศูนย์บริหารจัดการรายได้ (CCH) นั้น ให้ยกเลิกมติครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่องมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทสาย ตามนโยบายรัฐบาลระยะที่ 2 ที่มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง
และให้นำเสนอครม.พิจารณามอบหมายให้ สนข.หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง หรือ CCH ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วม ในระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
@ชง ครม.เคาะ Single Ownership ให้ รฟม.รับโอนรถไฟฟ้าเขียว-ทอง-แดงบริหารเจ้าเดียว
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมครม.วันที่ 2 มิ.ย. 2569 รับทราบมติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) โดยให้โอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง มายังรฟม.เพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 และมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568
โดยหลังจากครม.เห็นชอบ จะเริ่มดำเนินโอนการอำนาจในการจัดเก็บค่าโดยสารและภาระการจ่ายค่าจ้างเดินรถ รถไฟฟ้าทุกสาย ให้รฟม. ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะโอนทรัพย์สินและหนี้สินและสิทธิสายสีเขียว สายสีทองส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โอนสิทธิสายสีแดง เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารร่วมปีใหม่ 2570
@ค่าโดยสารแรกเข้าไม่เกิน 17 บาทสูงสุด ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวเดินทาง (กี่สายก็ได้)
รายงานข่าวระบุว่า หลักการ Single Ownership มอบอำนาจให้รฟม.จัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ยังไม่มีการแก้ไขสัญญา ทุกโครงการยังคงดำเนินการภายใต้สัญญาปัจจุบัน โดยรัฐจะออกมาตรการค่าโดยสารเริ่มต้นไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว จากต้นทาง-ปลายทาง (ต่อกี่สายก็ได้ ) โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน ความหมายคือ เก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวและอัตราสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งกองทุนตั๋วร่วมฯขึ้นมา โดยคาดปี 2570 ตั้งวงเงินชดเชยค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท
นอกจากการเร่งจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการรายได้ (CCH) แล้ว จะให้คู่สัญญาฝ่ายรัฐเร่งเจรจากับผู้ให้บริการเดินรถแต่ละราย เร่งติดตั้งหัวอ่าน บัตร EMV ที่ GATE ทางเข้าระบบทุกสถานี และเจราส่วนแบ่งรายได้เพิ่ม (Revenue Sharing) ของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มจากมาตรการค่าโดยสร 17-45 บาทและเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ซึ่งประเมินการเจรจา Revenue Sharing ไว้ที่ไม่เกิน 30% แต่หากเจรจาไม่ได้ เอกชนไม่ยินยอมแบ่งรายได้ส่วนที่มาจากผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นให้รัฐ คาดว่ารัฐต้องใช้เงินชดเชยประมาณ 5,900 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นจึงขึ้นกับการเจรจาเพื่อขอส่วนแบ่งรายได้กี่เปอร์เซ็นต์
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO