โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัสเซีย ‘หยุดส่งออกดีเซล’ หลังโดรนยูเครนถล่มโรงกลั่น

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า รัสเซีย ประกาศ “ห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล” เพื่อเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงภายในประเทศ หลังโดรนยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อกำลังการผลิต ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายพื้นที่เริ่มเผชิญภาวะเชื้อเพลิงตึงตัว ราคาปรับตัวสูงขึ้น และประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันเป็นเวลาหลายชั่วโมง

มาตรการดังกล่าวสะท้อนว่า แม้รัสเซียจะยังคงเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่สงครามที่ยืดเยื้อได้เริ่มสร้างแรงกดดันต่อความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศมากขึ้น จนรัฐบาลต้องเลือกให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพในประเทศเหนือการส่งออก

อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวในการประชุมรัฐบาลที่มีประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นประธานว่า สถานการณ์เชื้อเพลิงยังคง “ซับซ้อน” และยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตามสถานีบริการน้ำมันกำลังสร้างความกังวลให้กับประชาชน

เขาระบุว่า การห้ามส่งออกดีเซลจะช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงในประเทศ พร้อมเปิดเผยว่า รัสเซียจะเริ่ม “นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นภาพที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า รัสเซียได้เริ่มนำเข้าน้ำมันเบนซินทางเรือจากอินเดียแล้ว

รัฐบาลรัสเซียระบุว่า คำสั่งห้ามส่งออกดีเซลจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม และครอบคลุมผู้ผลิตน้ำมันด้วย

ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า ยูเครนพยายามโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อบ่อนทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย และสร้างความวิตกกังวลให้กับสังคม แต่ยืนยันว่า เป้าหมายดังกล่าวจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะระบบพลังงานของรัสเซียยังคงมีความแข็งแกร่งสูง

ในทางกลับกัน ยูเครนระบุว่าการโจมตีโรงกลั่นและคลังเชื้อเพลิงของรัสเซียมีเป้าหมายเพื่อลดศักยภาพในการทำสงครามของมอสโก และกดดันให้รัสเซียกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพ

อภิเษก กุมาร นักวิเคราะห์จาก Sparta Commodities กล่าวว่า การประกาศห้ามส่งออกของรัสเซียเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดเปราะบางที่สุด เพราะก่อนหน้านี้สงครามในอิหร่านได้ทำให้หลายประเทศต้องเร่งระบายสต็อกเพื่อชดเชยอุปทานจากตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก ส่งผลให้ปริมาณสำรองดีเซลในหลายภูมิภาคลดลงอย่างมาก

เขามองว่า หลังจากนี้รัสเซียจะต้องแข่งขันกับยุโรปในการจัดหาดีเซลจากประเทศผู้ผลิตรายอื่น เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศ

ข้อมูลการขนส่งทางเรือสะท้อนว่า การส่งออกดีเซลของรัสเซียอ่อนแรงลงมาระยะหนึ่งแล้ว โดยในเดือนมิถุนายน ปริมาณส่งออกดีเซลและก๊าซออยล์ทางเรือลดลงเหลือประมาณ 1.8 ล้านตัน ซึ่งเป็นการลดลง 39% จากเดือนก่อนหน้า และหดตัวถึง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-8 กรกฎาคม รัสเซียส่งออกดีเซลเพียง 214,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับเฉลี่ย 793,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2568 และ 842,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2564 ก่อนสงครามยูเครน

แหล่งข่าวในตลาดพลังงานยุโรปรายหนึ่งกล่าวว่า ในทางปฏิบัติ รัสเซียแทบจะอยู่ในภาวะ “ห้ามส่งออก” อยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้รัฐบาลประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

แม้การส่งออกจะลดลงอย่างมาก แต่ข้อมูลการขนส่งระบุว่า ตุรกีและบราซิลยังคงเป็นผู้ซื้อดีเซลรัสเซียรายใหญ่ที่สุดในเดือนมิถุนายน โดยรับซื้อรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณส่งออกทั้งหมด ขณะที่โมร็อกโก อียิปต์ และเซเนกัล ก็เริ่มมีบทบาทในฐานะผู้นำเข้ารายใหม่มากขึ้น

มาตรการล่าสุดสะท้อนว่า การโจมตีโรงกลั่นรัสเซียโดยยูเครน ไม่เพียงบีบให้รัสเซียต้องหันมาให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศ แต่ยังทำให้ปริมาณดีเซลในตลาดโลกยิ่งตึงตัว เพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งของหลายประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อีกด้วย
อ้างอิง: reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...