โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯถกเอกชนไทยในมาเลย์ ดัน 3 ด้านหลัก “เชื่อมโยงคมนาคม-ปลดล็อกภาษี-ยกระดับมาตรฐานฮาลาล”

Manager Online

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

"อนุทิน" นำทีมรับฟังเอกชนไทยในมาเลเซีย พร้อมดัน 3 ด้านหลัก “เชื่อมโยงคมนาคม-ปลดล็อกภาษี-ยกระดับมาตรฐานฮาลาล” หวังขยายโอกาสสินค้าและแรงงานไทยสู่ตลาดสากล

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569) เวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Park Hyatt Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีขอบคุณภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย ช่วยส่งเสริมความสัมพัณธ์ มิตรภาพระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับมาเลเซียควบคู่กับการดูแลพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศด้วย

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยในมาเลเซียอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ การอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และประเด็นอื่น ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยในมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การพบหารือในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้รับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนโดยตรง เพื่อนำไปพิจารณาผลักดันและต่อยอดเป็นมาตรการสนับสนุนที่สามารถตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในการหารือ มีผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซียจากหลากหลายสาขาเข้าร่วม อาทิ ภาคธุรกิจพลังงาน ธุรกิจการเงิน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ และภาคธนาคาร ภาคเอกชนกล่าวชื่นชมการดำเนินการของรัฐบาลหลายนโยบายได้สนับสนุนโอกาสทางธุรกิจให้กับภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะ การส่งเสริมการเชื่อมโยง connectivity ทั้งทางถนน ราง เป็นต้น รวมทั้งการเปิดด่านสะเดา ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ยังสนับสนุนการเดินทางการขนส่งทั้งอาหาร วัตถุดิบและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เอกชนได้ให้ข้อสังเกต ถึงประเด็นที่รัฐบาไทยจะได้นำไปหารือต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง สิทธิประโยชน์ด้านภาษี การส่งเสริมการนำเข้าแรงงานไทยในมาเลเซีย วัตถุดิบอาหารและสินค้าเกษตรจากประเทศ ไทย โดยเฉพาะการจัดทำการยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกัน เช่น มาตรฐานฮาลาล เป็นต้น

หากมีการหารือนำไปสู่ความตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ก็จะช่วยเปิดโอกาสขในการแข่งขันของภาพเอกชนไทย แบรนด์ไทย สินค้าเกษตรไทยและแรงงานไทย มากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รวบรวมรายละเอียด ปัญหา อุปสรรค ในวันนี้ ดีใจได้รับรายงานตรง จากผู้ประกอบการ หลายประเด็นได้มีการพูดคุยและตกลงกันในระดับผู้นำแล้ว

ส่วนไหนยังไม่ได้มีการพูดคุยก็จะให้สถานเอกอัครราชทูตไทยได้หารือกับหน่วยงานมาเลเซีย ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะได้นำไปพูดคุยในระดับ คณะทำงานสองฝ่าย (working group) ที่จัดตั้งในแต่ละสาขา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่นงประเทศ จะได้นำไปพูดคุยในระดับการประชฺม คณะกรรมาธิการร่วม (JC) ต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...