โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มาชื่อพายุไมสัก ตัวแปรทำไทยฝนถล่ม มีที่มาจากไหน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย พายุโซนร้อนลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ โดยพายุลูกนี้มีชื่อว่า "พายุไมสัก" (MAYSAK)ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงที่มาของชื่อนี้ โดยคำว่า "ไมสัก"เป็นคำในภาษากัมพูชาที่มีความหมายตรงตัวแปลว่า "ไม้สัก"ซึ่งประเทศกัมพูชาเป็นผู้เสนอชื่อนี้เข้าสู่บัญชีรายชื่อพายุของคณะกรรมการไต้ฝุ่น ภายใต้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO)

เปิดที่มาชื่อพายุไมสัก ตัวแปรทำไทยฝนถล่ม มีที่มาจากไหน ใครเป็นคนตั้ง

ปัจจุบันศูนย์กลางของ พายุไมสักอยู่ห่างจากตอนใต้ของเมืองหนานหนิง ประเทศจีน ประมาณ 150 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น เสี่ยงเกิด น้ำท่วมฉับพลันและ น้ำป่าไหลหลากโดยพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจาก อิทธิพลของพายุไมสักมีดังนี้
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569:มี ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนภาคตะวันออกและ ภาคใต้
วันที่ 5-6 กรกฎาคม 2569:พื้นที่ ภาคเหนือตอนบนและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง
สถานการณ์ทางทะเล:บริเวณ ทะเลอันดามันและ อ่าวไทยมีคลื่นลมแรง ความสูงคลื่น 2-3 เมตร ชาวเรือต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ โดยผลกระทบจากพายุลูกนี้จะส่งผลเด่นชัดไปจนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ก่อนที่ระบบพายุจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...