โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ยังมีความเปราะบางผ่านภาวะ พร้อมจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงใหญ่ Super El Nino-ภาษีสหรัฐฯ

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เจาะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ยังมีความเปราะบางผ่านภาวะ พร้อมจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงใหญ่ Super El Nino-ภาษีสหรัฐฯ

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังส่อแววแผ่วปลายแม้ครึ่งปีแรกจะสามารถฟื้นตัวได้ดี แต่ยังมีความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพรวมการเติบโตแบบกระจุกตัว (K-Shaped) พร้อมเปิดข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของครัวเรือนไทยผ่านภาวะ ‘3 ลด’ ซึ่งตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ดูเหมือนจะปรับตัวลดลงนั้น แท้จริงแล้วกลับเป็น การลดหนี้ที่สุขภาพไม่ดี (Unhealthy Deleveraging) อันเกิดจากภาวะการเงินตึงตัวที่ทำให้ประชาชนและ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ไม่ใช่เกิดจากความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้น ทิศทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงินของ กนง. และปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาต่อจากนี้จะมีอะไรบ้าง

ประเด็นสำคัญ

  • เปิดข้อมูล ‘3 ลด’ สะท้อนครัวเรือนไทยเข้าขั้นเปราะบาง
  • สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ลดลง คือการลดหนี้ที่ ‘สุขภาพไม่ดี’
  • คาด กนง. น่าจะคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้ ก่อนพิจารณาผ่อนคลายปีหน้า

ดร. ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเติบโตได้เกือบ 3% ซึ่งถือว่าฟื้นตัวได้ไม่แย่เท่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังมีความ กระจุกตัว (K-Shaped) สูง โดยจะดีเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เช่น สินค้ากลุ่มชิปอิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center ขณะที่ไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและสงครามในตะวันออกกลาง

สำหรับแนวโน้มในครึ่งปีหลัง คาดว่าในไตรมาสที่ 3 จะยังมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ ทำให้เศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้เกือบ 3% แต่ความน่ากังวลจะไปอยู่ที่ไตรมาสที่ 4 เนื่องจากเมื่อหมดมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ อาจส่งผลให้การใช้จ่ายและการบริโภคชะลอตัวลงมาก และจะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำที่สุดของปี

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมี 2 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) คาดว่าจะมีความรุนแรงและส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 12% ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร (Farm Income) ให้หดตัวลงอย่างหนัก
  • มาตรการภาษีของสหรัฐฯ (Tariff) หลังช่วงกลางเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ เตรียมจะประกาศใช้มาตรการภาษีรูปแบบใหม่ (มาตรา 301) มาแทนที่มาตรการเดิม ซึ่งมีโอกาสค่อนข้างสูงที่ประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากระดับ 10% เดิม

เปิดข้อมูล ‘3 ลด’ สะท้อนครัวเรือนไทยเข้าขั้นเปราะบาง

การฟื้นตัวแบบ K-Shaped ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในภาคธุรกิจ แต่ยังลุกลามถึงภาคครัวเรือน ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงความเปราะบางของครัวเรือนไทยผ่าน ภาวะ 3 ลด ได้แก่

  • รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนไทยหดตัวลง 2.5% ในเกือบทุกหมวด โดยมีเพียงหมวดเดียวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดคือ รายได้จากการช่วยเหลือของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากรัฐมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • รายจ่ายของครัวเรือนปรับตัวลดลงถึง 5.4% สะท้อนถึงพฤติกรรมการรัดเข็มขัด ประชาชนพยายามเอาตัวรอดและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
  • หนี้ลด แต่ไม่ยั่งยืน แม้ภาพรวมตัวเลขหนี้จะดูลดลง แต่เมื่อเจาะดูไส้ในกลับพบว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ยังคงมีหนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค ส่วนหนี้ที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากหนี้บ้านและหนี้รถยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ลดลง คือการลดหนี้ที่ ‘สุขภาพไม่ดี’

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานตัวเลขสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในไตรมาสแรกของปี ลดลงมาอยู่ที่ 85.9% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบหลายปีนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19

ดร. ปุณยวัจน์ อธิบายว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่ในความเป็นจริง การลดลงนี้เกิดจากการที่ประชาชนและ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น จากภาวะการเงินที่ตึงตัว ไม่ใช่การลดหนี้ลงเพราะประชาชนมีความสามารถในการชำระคืนได้ดีขึ้น (Healthy Deleveraging) จึงนับว่าเป็นการลดหนี้ที่มีสุขภาพไม่ดีนัก

ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะยังเป็นเทรนด์ขาลงไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจาก Nominal GDP จะยังขยายตัวได้ดีจากปัจจัยเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ฐานคำนวณใหญ่ขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขสัดส่วน คือ ความสามารถในการชำระหนี้ และคุณภาพสินเชื่อ (NPL) ที่ยังคงเปราะบาง สอดคล้องกับสถิติตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว เช่น จำนวนการจ้างงาน ชั่วโมงการทำงาน และโอทีที่ลดลง

คาด กนง. น่าจะคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้ ก่อนพิจารณาผ่อนคลายปีหน้า

สำหรับทิศทางการดำเนินนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) SCB EIC ประเมินว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและสินเชื่อที่ยังคงตึงตัว กนง. อาจยัง ไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภายในปีนี้ การใช้ดอกเบี้ยสู้กับเงินเฟ้อในปัจจุบันอาจไม่จำเป็น เนื่องจากเงินเฟ้อมาจากฝั่งอุปทานเป็นหลัก เมื่อราคาน้ำมันลดลง เงินเฟ้อก็จะชะลอตาม

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 SCB EIC ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 1.9% ใกล้เคียงกับปีนี้ที่คาดว่าจะโตราว 2% ซึ่งถือว่ายังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาก หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงกลับเข้าสู่กรอบ ประกอบกับภาวะสินเชื่อที่ยังตึงตัว ก็ มีโอกาสที่ กนง. อาจจะพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือลดดอกเบี้ย ได้ในปีหน้า แต่ท้ายที่สุดแล้ว นโยบายดอกเบี้ยอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องใช้ มาตรการเฉพาะจุด เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ เข้ามาประคับประคองภาคการเงินและเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย

ภาพ:2p2play / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...