สาวเจ้าของโพสต์ดราม่า 'ถนนเป็นของรถ' ไลฟ์สดทั้งน้ำตา รับใช้คำพูดผิดจนถูกเข้าใจผิด
สาวเจ้าของโพสต์ดราม่า 'ถนนเป็นของรถ' ไลฟ์สดทั้งน้ำตา รับใช้คำพูดผิดจนถูกเข้าใจผิด ยันไม่ได้ลบหลู่พระ เผยตกงาน-พร้อมรับผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น
จากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ออย มุกดาหาร" โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงอุบัติเหตุเด็กวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ จนเป็นเหตุให้พระมรณภาพ 10 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยระบุข้อความว่า "ถนนเป็นของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ… #หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้ว" จนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
ต่อมา บริษัทต้นสังกัดของหญิงสาวได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว พร้อมระบุว่าจะไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เจ้าของโพสต์ได้ไลฟ์สดทั้งน้ำตา พร้อมชี้แจงว่า ข้อความที่โพสต์ในวันแรกเกิดจากความสะเทือนใจต่อเหตุการณ์สูญเสีย และมีเจตนาต้องการสะท้อนถึงความเสี่ยงของการเดินธุดงค์ริมถนน ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่หรือดูหมิ่นพระสงฆ์ตามที่หลายคนเข้าใจ
หญิงสาวเล่าย้อนถึงชีวิตในวัยเด็กว่า เติบโตมาในวัด ครอบครัวมีฐานะยากจน ต้องอาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือร่วมกับสามเณร จึงมีความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนา รวมถึงครูบาอาจารย์มาโดยตลอด
เธอยอมรับว่าเป็นคนพูดตรงและใช้ถ้อยคำไม่สละสลวย ทำให้ข้อความที่สื่อออกไปผ่านตัวอักษรถูกตีความไปอีกความหมาย จนเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ทั้งที่ความตั้งใจจริงคือความเป็นห่วงพระสงฆ์ที่ต้องเดินธุดงค์ริมถนน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และอยากเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัย เช่น การกำหนดเส้นทางเฉพาะ หรือจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก เพราะมองว่าพระสงฆ์เป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม
นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดมุกดาหาร แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับความสนใจจากสังคมมากนัก จึงอยากผลักดันให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมเสนอแนวคิด "อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์" และเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอให้มีการจัดทำทางเดินหรือมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับพระสงฆ์และประชาชนผู้ใช้ทางเท้า
ช่วงท้ายของการไลฟ์สด หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า ยอมรับความผิดพลาดจากการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม และพร้อมรับผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าขณะนี้ได้ตกงาน ไม่มีรายได้ และมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำของตนเอง หากมีผู้ใดเห็นใจและต้องการให้โอกาสทำงานก็ยินดี พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ต้องการสื่อมาตั้งแต่ต้นคือไม่อยากเห็นพระสงฆ์หรือประชาชนต้องสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีก พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของพระสงฆ์ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว