เกาหลีใต้เริ่มใช้ “กฎหมายข่าวปลอม” เรียกค่าเสียหายได้สูงสุด 5 เท่า
ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ "ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน" (False or Manipulated Information) หมายถึง เนื้อหาที่ทั้งหมดหรือบางส่วนไม่เป็นความจริง หรือถูกดัดแปลงในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ กฎหมายยังเพิ่มประเภทความผิดใหม่เกี่ยวกับ "ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังหรือการเลือกปฏิบัติ" (Hate Speech) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ หรือความเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอาศัยลักษณะเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ สัญชาติ หรือเพศ
แต่กฎหมายนี้ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนิยามทางกฎหมายที่อาจยังไม่ชัดเจน โดยชาวเกาหลีใต้กังวลว่าอาจกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี (KMCC) จึงชี้แจงประเด็นสำคัญของกฎหมายดังกล่าวว่า หากได้รับความเสียหายจากข้อมูลเท็จหรือข้อมูลบิดเบือน ผู้ที่พบเห็นข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือถูกบิดเบือน สามารถแจ้งเรื่องต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ได้ โดยต้องระบุ
- ตำแหน่งหรือที่อยู่ของเนื้อหา
- เหตุผลที่เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวผิดกฎหมาย
- หลักฐานประกอบ
- ข้อมูลติดต่อสำหรับการติดตามผล
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ และหากผู้เผยแพร่เป็นผู้ผลิตหรือเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะในลักษณะวิชาชีพและมีขนาดใหญ่ ศาลอาจกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายในอัตราที่สูงสุด 5 เท่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
หากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 150,000 คนเผยแพร่ข้อมูลเท็จ จะเข้าข่ายถูกลงโทษหนักหรือไม่?
คำตอบคือ “ใช่” หากยูทูบเบอร์รายนั้น
- เผยแพร่วิดีโออย่างน้อย 3 คลิปภายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
- มีรายได้จากการเผยแพร่เนื้อหา
- มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000 คนขึ้นไป หรือมียอดรับชมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100,000 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว
หากพิสูจน์ได้ว่าจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลบิดเบือนที่ผิดกฎหมายจนก่อให้เกิดความเสียหาย ก็อาจถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในอัตราที่สูงเป็นพิเศษ
คำถามสำคัญคือ การวิจารณ์การเมืองหรือการเสียดสีจะถูกตีความเป็น Hate Speech หรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่” โดยกฎหมายฉบับแก้ไขไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัด
- การวิจารณ์ทางการเมือง
- การเสียดสี
- การแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย
กฎหมายมุ่งจัดการเฉพาะเนื้อหาที่
- ยุยงให้ใช้ความรุนแรง
- ส่งเสริมการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล
- ปลุกปั่นความเกลียดชังในระดับที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง
การพิจารณาจะไม่อาศัยเพียงถ้อยคำที่ใช้เท่านั้น แต่ยังดูบริบท วิธีการนำเสนอ และผลกระทบต่อสังคมด้วย ดังนั้น การทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจเพียงอย่างเดียว จะไม่ถือว่าเป็น Hate Speech
ส่วนนักแสดง ศิลปิน หรือคนดังในวงการบันเทิง จะไม่ถือเป็น "บุคคลสาธารณะ" ที่ประชาชนมีสิทธิในการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ตามนิยามของกฎหมายฉบับนี้ นั่นหมายความว่าบุคคลในวงการบันเทิงก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากกฎหมายนี้ได้เช่นเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เกาหลีใต้ลดชั่วโมงทำงาน นโยบายรัฐเริ่มเห็นผล แต่ยังทำงานหนักกว่าญี่ปุ่น 235 ชั่วโมง
- "เกาหลีใต้" ท้าชน AI ทุ่ม 8.8 แสนล้านดอลลาร์ ครั้งประวัติศาสตร์
- เกาหลีใต้เผยแผนพัฒนาฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่
- เกาหลีใต้เตรียมลดอายุขั้นต่ำเยาวชนที่ได้รับยกเว้นโทษ ในคดีอาชญากรรมร้ายแรง
- กระแส “AI” ดัน “สายงานชิป” เกาหลีใต้ขึ้นแท่นกลุ่มอีลีทใหม่ เนื้อหอมยันตลาดหาคู่