โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนไทม์ไลน์ พ.ร.ก.กู้4แสนล้าน ศาล รธน.ชี้ขาด 9 กค.นี้

INN News

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

อีก 2 วัน ก็จะถึงหมุดหมายสำคัญ ชี้ชะตารัฐบาลสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้าน แก้ปัญหา ผลกระทบวิกฤตด้านพลังงาน และสร้างเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดย นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า ไม่ได้กังวล ได้ชี้แจงทั้งเอกสาร หลักฐานประกอบไปแล้ว ก็ต้องสุดแล้วแต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ก็ต้องยอมรับเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม

เช่นเดียวกับ "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ที่ระบุ ต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุดคือ พยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่วน "ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกฯดูแลเรื่องข้อกฏหมาย แสดงความมั่นใจว่า ทำถูกต้องแล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร และไม่ต้องมีแผนสำรอง เพราะไม่คิดว่าทำอะไรผิด

ย้อนไทม์ไลน์ ของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 5 พ.ค.2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างกระราชกำหนดฉบับดังกล่าว เพื่อเตรียมรับมือวิกฤตด้านพลังงาน และช่วยเหลือประชาชน โดยแบ่งเป็น 2 ก้อน คือ แก้ปัญหา ผลกระทบวิกฤตด้านพลังงาน 2 แสนล้าน และอีกก้อน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ, 6 พ.ค. 69 "อนุทิน" เปิดเผยว่าได้ นำ ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทูลเกล้าฯแล้ว พร้อมย้ำว่า "ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เพิ่งลงนามใน พ.ร.ก.เพราะฉะนั้นเงินกู้นี้ทุกบาททุกสตางค์ ต้องกำกับดูแลไม่ให้มีการใช้ผิดประเภท ไม่ให้มีการรั่วไหลใด ๆ" ถัดมา 9 พ.ค.69 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านอย่างเป็นทางการ

11 พ.ค.69 ฝ่ายค้านนำโดย "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฏร โดยมี สส.ร่วมลงชื่อ 133 คน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ถัดมา 12 พ.ค.69
"โสภณ ซารัมย์"ประธานสภา ยืนยันได้ส่งคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน ไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กระทั่ง วันที่ 18 พ.ค.69 ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง "สส.ฝ่ายค้าน" ขอให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไว้วินิจฉัย
พร้อม สั่ง ครม.จัดทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน ต่อมาหลัง 24 มิ.ย. หลัง รัฐบาลส่งคำชี้แจง และศาลได้รวบรวมพยานหลักฐานคำชี้แจงจากทุกฝ่ายครบแล้ว จึงนัดแถลงด้วยวาจา อ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 9 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ พรก.กู้ 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านมองว่า เงินกู้ในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในประเด็นนี้ อาจถูกนำไปเทียบเคียงกับ การวินิจฉัยคำร้องในลักษณะเดียวกันในอดีต คือ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ปี 2557 ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกู้นำไปทำโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรถไฟความเร็วสูง ที่ศาลชี้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบกฎหมายได้

สำหรับแนวทางผลคำวินิจฉัยเบื้องต้น จึงมีมี 3 แนวทาง ดังนี้

1.หากผลออกมา "เป็นลบ" คือ ขัดมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ "ทั้งฉบับ" จะส่งผลให้พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ตกไปและไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และจะมีผลทางการเมืองต่อรัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่ง

2.เป็นไปได้ที่ผลจะออกมา "เฉพาะส่วน" คือ 2 แสนล้านบาทส่วนหลัง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามคำร้อง ที่ชี้ไปที่การสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ไม่จำเป็นเร่งด่วนสามารถใช้งบประมาณปกติได้ ศาลอาจจะมีคำสั่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขได้

และ 3.หากผลออกมา "เป็นบวก" คือ คำวินิจฉัยศาลฯ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเดินหน้าตามขั้นตอน พรก.กู้ 4 แสนล้าน ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป

ดังนั้น วันที่ 9 ก.ค.นี้ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางใด ย่อมต้องส่งผลต่อทิศทางการเมือง และเศรษฐกิจประเทศอย่างชัดเจน รวมถึง ส่งผลถึงอนาคตทางการเมืองของ"นายกอนุทิน"ด้วย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...