โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ChatGPT ครองแชมป์ อเมริกันแห่ใช้ แชทบอท AI

Techhub

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พฤติกรรมย้อนแย้งครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยี เมื่อผลสำรวจระบุว่า ชาวอเมริกันหันมาใช้งาน แชทบอท AI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนเกือบถึงครึ่งประเทศ

แต่ในทางกลับกัน ความเชื่อมั่นต่อ เทคโนโลยี AI กลับดิ่งลงเหว โดยมีประชากรเพียงแค่ 16% เท่านั้นที่เชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและการแย่งงาน

จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ถึง 49% ที่ใช้งานแชทบอท เพิ่มขึ้นจาก 33% ในช่วงสองปีก่อน โดยในจำนวนนี้มีถึง 1 ใน 4 ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน จุดที่น่าสนใจคือ ChatGPT ยังคงครองแชมป์ความนิยมสูงสุดที่ 44% ตามมาด้วย Gemini (24%), Copilot (17%) และ Meta AI (14%) นอกจากนี้ข้อมูลจาก Sensor Tower ยังตอกย้ำความแรงด้วยการระบุว่า ChatGPT กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ทำสถิติมีผู้ใช้งานต่อเดือน (MAUs) แตะ 1 พันล้านคนได้เร็วที่สุดในโลก แซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง Google Maps เป็นที่เรียบร้อย

พฤติกรรมการใช้งานส่วนใหญ่เน้นไปที่การค้นหาข้อมูล ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการเสิร์ชแบบเดิมและเขย่าโมเดลธุรกิจของเว็บไซต์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้ช่วยทำงาน ความบันเทิง ไปจนถึงการขอคำแนะนำด้านสุขภาพและโภชนาการ (แม้ผู้พัฒนาจะเตือนว่าห้ามใช้แทนแพทย์ก็ตาม)

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของ AI ในมุมมองของสาธารณชนกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว โดย 40% มองว่าเทคโนโลยีนี้จะส่งผลเสียต่อสังคม และ 31% คิดว่าจะทำให้ชีวิตส่วนตัวแย่ลง กลุ่มที่กังวลมากที่สุดคือคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-29 ปี) ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงเรื่องการเลิกจ้างงาน

ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า AI กำลังพัฒนาเร็วเกินไป โดย 67% ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะควบคุมได้ และ 60% ไม่ไว้ใจว่าบริษัทบิ๊กเทคจะพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

ต้องยอมรับว่า ตัวเลข 49% เทียบกับ 16% คือภาพสะท้อนของภาวะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ของผู้บริโภคในปัจจุบัน เรากำลังใช้ แชทบอท AI ไม่ใช่เพราะเรา รักหรือเชื่อมั่นในมัน แต่เป็นเพราะความจำเป็นบังคับ ในโลกการทำงานและการแข่งขันที่ถ้าไม่ใช้ก็อาจจะตกขบวน

สิ่งที่วงการเทคต้องจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การแข่งกันอัปเกรดความฉลาดหรือความเร็ว แต่คือการแก้โจทย์ วิกฤตความเชื่อมั่น ตราบใดที่บริษัทเทคโนโลยียังคงเดินหน้าปล่อยโมเดลที่ดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ (เหมือนกรณี Anthropic ที่เคยเบรกการปล่อยโมเดลบางตัวเพราะเสี่ยงเกินไป) โดยไม่มีมาตรการความปลอดภัยของข้อมูลที่ชัดเจน และไม่มีการันตีเรื่องความมั่นคงในอาชีพของมนุษย์ AI ก็จะถูกมองเป็นเพียง เครื่องมือที่มีประโยชน์แต่ไว้ใจไม่ได้ ยิ่งบิ๊กเทคผลักดันให้คนใช้มากเท่าไหร่ แรงต้านและเสียงเรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมควบคุมที่เข้มงวดก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นตามไปเป็นเงาตามตัว

ที่มา

techspot


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...