โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รองช้ำหายเองได้ไหม? เปิดแนวทางรักษาและสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์

PPTV HD 36

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปวดส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอนอาจเป็น “รองช้ำ” หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ รักษาได้ด้วยการพักเท้า ปรับรองเท้า ยืดกล้ามเนื้อ และกายภาพบำบัด

อาการเจ็บส้นเท้าเวลาเดิน โดยเฉพาะช่วง ก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งพักนานแล้วลุกขึ้นเดิน เป็นอาการที่หลายคนคุ้นเคย และหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ รองช้ำ หรือภาวะอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า หลายคนมักปล่อยไว้เพราะคิดว่าเป็นแค่อาการเมื่อยธรรมดา แต่หากปวดต่อเนื่องนานขึ้น อาจเริ่มรบกวนการเดิน การออกกำลังกาย หรือการใช้ชีวิตประจำวันได้ คำถามที่พบบ่อยคือ รองช้ำรักษาอย่างไร หายเองได้ไหม และเมื่อไรควรพบแพทย์

เทคนิค ESD ตัดติ่งเนื้อทางเดินอาหาร ไม่ต้องผ่าตัด ลดเสี่ยงมะเร็ง

สัญญาณเตือน “มะเร็งถุงน้ำดี” สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง รู้ทันก่อนลุกลาม

รองช้ำคืออะไร ? ทำไมถึงทำให้ปวดส้นเท้า

รองช้ำ คือภาวะที่พังผืดใต้ฝ่าเท้าเกิดการอักเสบหรือระคายเคืองจากการใช้งานซ้ำ ๆ บริเวณนี้มีหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักและกระจายแรงขณะยืน เดิน หรือวิ่ง เมื่อเกิดการตึงหรืออักเสบ จึงทำให้มีอาการเจ็บบริเวณส้นเท้าหรือใต้ฝ่าเท้า โดยเฉพาะหลังพักเท้าแล้วกลับมาใช้งานอีกครั้ง แม้หลายคนจะเรียกว่า “รองช้ำ” แต่ในทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับภาวะ พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดส้นเท้าในวัยทำงานและผู้ที่ใช้งานเท้าหนัก

อาการแบบไหนที่เข้าข่ายรองช้ำ

  • ปวดส้นเท้าหรือใต้ฝ่าเท้า โดยเฉพาะตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน
  • ปวดหลังจากนั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นเดิน
  • ยืนหรือเดินนานแล้วปวดมากขึ้น
  • กดเจ็บบริเวณส้นเท้าด้านล่าง
  • รู้สึกตึงฝ่าเท้าหรือน่องร่วมด้วย

บางรายอาจไม่ได้ปวดตลอดเวลา แต่จะปวดชัดในช่วงเริ่มเดิน หรือหลังใช้งานหนัก เช่น เดินเยอะ ออกกำลังกาย หรือยืนนาน

รองช้ำรักษาอย่างไร ?

การรักษารองช้ำมักเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อน โดยแพทย์จะพิจารณาตามระดับอาการ ระยะเวลาที่เป็น และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

  • พักการใช้งานและลดกิจกรรมที่กระแทกส้นเท้า ในช่วงที่ปวดมาก ควรลดกิจกรรมที่ลงน้ำหนักซ้ำ ๆ เช่น วิ่ง กระโดด เดินนาน หรือยืนนานต่อเนื่อง เพราะยิ่งฝืนใช้งานมาก อาการอักเสบอาจยิ่งเรื้อรัง การพักไม่ได้แปลว่าต้องหยุดเดินทั้งหมด แต่ควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ และปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้เหมาะสมมากขึ้นในช่วงฟื้นตัว

  • ปรับรองเท้าและการลงน้ำหนัก รองเท้ามีผลต่ออาการรองช้ำมาก หากใส่รองเท้าพื้นบาง แข็ง หรือไม่ซัพพอร์ตฝ่าเท้า อาจทำให้ส้นเท้ารับแรงมากเกินไป ควรเลือกรองเท้าที่

  • มีพื้นรองรับแรงกระแทกพอเหมาะ

    • ซัพพอร์ตอุ้งเท้า
    • ไม่แบนจนเกินไป
    • ใส่สบายและพอดีกับรูปเท้า

สำหรับบางคน การเปลี่ยนรองเท้าให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น สามารถช่วยลดอาการปวดได้อย่างชัดเจน

  • ยืดฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่อง ผู้ที่มีอาการรองช้ำจำนวนมากมักมีความตึงของพังผืดใต้ฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่องร่วมด้วย การยืดอย่างถูกวิธีจึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษา ตัวอย่างที่มักใช้ ได้แก่

  • การยืดน่อง

    • การยืดฝ่าเท้าก่อนลุกจากเตียง
    • การใช้ลูกบอลหรือลูกกลิ้งคลึงฝ่าเท้าเบา ๆ

การทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความตึง และอาจช่วยให้ก้าวแรกในตอนเช้าปวดน้อยลง

  • กายภาพบำบัด หากอาการเริ่มเป็นนาน หรือปวดจนกระทบการเดิน การทำกายภาพบำบัดอาจช่วยได้ โดยแนวทางรักษาอาจรวมถึง

  • โปรแกรมยืดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

    • ฝึกการลงน้ำหนักให้เหมาะสม
    • ลดความตึงของฝ่าเท้าและน่อง
    • ใช้เครื่องมือทางกายภาพตามดุลยพินิจของแพทย์หรือผู้รักษา

ข้อดีของกายภาพคือช่วยแก้ทั้งอาการและพฤติกรรมการใช้งานที่อาจทำให้เป็นซ้ำ

  • การใช้ยาเพื่อลดปวดและอักเสบ บางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบในช่วงที่มีอาการมาก ทั้งนี้การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคกระเพาะ โรคไต หรือกำลังใช้ยาบางชนิดอยู่

  • การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองส้นเท้า ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับอุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองส้นเท้า แผ่นรองอุ้งเท้า อุปกรณ์ช่วยกระจายแรงกดที่ฝ่าเท้า อุปกรณ์เหล่านี้มีบทบาทในการลดแรงกระแทกและช่วยให้เดินสบายขึ้น แต่ควรเลือกให้เหมาะกับรูปเท้าและสาเหตุของอาการ

  • หัตถการหรือการรักษาเพิ่มเติมในรายที่เป็นเรื้อรัง หากดูแลตัวเองมาระยะหนึ่งแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเรื้อรังต่อเนื่อง แพทย์อาจพิจารณาแนวทางรักษาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละราย เช่น

  • หัตถการเฉพาะทางบางชนิด การรักษาโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือแพทย์กระดูกและข้อการประเมินร่วมว่ามีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่จุดสำคัญคือไม่ควรซื้ออุปกรณ์หรือรักษาเองต่อเนื่องนานเกินไปโดยไม่ประเมินสาเหตุ เพราะอาการปวดส้นเท้าไม่ได้เกิดจากรองช้ำเสมอไป

รองช้ำหายเองได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน ?

รองช้ำในหลายรายสามารถดีขึ้นได้ หากได้รับการดูแลเหมาะสมตั้งแต่ระยะต้น เช่น ลดการใช้งาน ปรับรองเท้า ยืดฝ่าเท้า และทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่บางคนอาจใช้เวลานานหลายเดือน โดยเฉพาะหากยังมีปัจจัยกระตุ้นอาการอยู่ เช่น ต้องยืนนาน น้ำหนักตัวมาก หรือใส่รองเท้าไม่เหมาะสมหากมีอาการ รองช้ำ หรือปวดส้นเท้า แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดส้นเท้าต่อเนื่องหลายสัปดาห์
  • ปวดมากจนเดินลำบาก หรือเจ็บทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก
  • ดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • ปวดจนรบกวนงาน การเดิน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บมากผิดปกติ

สงสัยว่าอาจไม่ได้เป็นเพียงรองช้ำ แต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เส้นเอ็นอักเสบ เอ็นฉีก กระดูกล้า หรือปัญหาโครงสร้างเท้า

การเข้ารับการประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้ทราบว่าอาการ ปวดส้นเท้า ที่เป็นอยู่นั้นเกิดจาก รองช้ำ จริงหรือไม่ และช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในรายที่อาการเป็นเรื้อรังหรือมีอาการซับซ้อน

รองช้ำเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดส้นเท้า โดยเฉพาะอาการปวดในช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือหลังพักเท้านาน การรักษามักเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อน เช่น พักลดการใช้งาน ปรับรองเท้า ยืดฝ่าเท้า ทำกายภาพ ใช้อุปกรณ์เสริม และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือปวดเรื้อรัง การพบแพทย์จะช่วยให้ประเมินได้ว่าควรรักษาต่ออย่างไร และมีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อให้กลับมาเดินได้สบายและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

รองช้ำประคบร้อนหรือเย็นดีกว่า ?

ในช่วงที่ปวดมากหรือใช้งานหนัก การประคบเย็นอาจช่วยลดอาการปวดได้ แต่แนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะของอาการ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

รองช้ำสามารถออกกำลังกายต่อได้ไหม ?

ขึ้นอยู่กับระดับอาการ หากยังปวดมาก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกส้นเท้า เช่น วิ่งหรือกระโดด แล้วเลือกกิจกรรมที่ลงน้ำหนักน้อยกว่าแทนชั่วคราว

รองช้ำกับกระดูกงอกที่ส้นเท้าเหมือนกันไหม ?

ไม่เหมือนกันเสมอไป บางคนมีรองช้ำโดยไม่มีกระดูกงอก และบางคนมีกระดูกงอกแต่ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของอาการปวด จำเป็นต้องประเมินร่วมกับอาการและการตรวจร่างกาย

เดินเท้าเปล่าบ่อย ๆ ทำให้รองช้ำเป็นมากขึ้นไหม ?

ในบางรายอาจทำให้ปวดมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน เพราะส้นเท้าต้องรับแรงกระแทกโดยตรง

รองช้ำเป็นซ้ำได้ไหม ?

เป็นซ้ำได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม เช่น ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม ยืนนาน น้ำหนักลงเท้ามาก หรือไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อและฝ่าเท้าอย่างสม่ำเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...