โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พูดไม่ออกสาเหตุ "ลุงเจ้ย" ไม่มีบัญชีธนาคาร เผยอดีตเคยโดนคดีหนัก

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณี “เต็นท์รถลุงเจ้ย ภูเก็ต” ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาเปิดเผยว่าเข้าร่วมประมูลรถยนต์และโอนเงินครบถ้วนตามข้อตกลง แต่กลับไม่ได้รับทั้งรถและเล่มทะเบียน ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งสูงแตะหลัก 100 ล้านบาท

ล่าสุด รายการโหนกระแส ได้เชิญกลุ่มผู้เสียหายและ “คุณกุ๊ก” อดีตผู้จัดการเต็นท์รถลุงเจ้ย มาเปิดเผยเบื้องลึกของธุรกิจ พร้อมให้ “ทนายตุ๋ย” พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ร่วมวิเคราะห์ข้อกฎหมายและแนวทางแก้ไขปัญหา

ในช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ย้อนถึงประวัติในอดีตของลุงเจ้ย โดยระบุว่า เจ้าตัวเคยมีคดีฉ้อโกงที่หาดใหญ่ จากการทำธุรกิจนำเข้ารถยนต์ ซึ่งมีลักษณะปัญหาใกล้เคียงกับกรณีที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน คือมีการรับเงินและโอนเล่มทะเบียน แต่ไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์รถได้ จนกลายเป็นคดีความและถูกจำคุกมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยมีมูลค่าความเสียหายในขณะนั้นกว่า 200 ล้านบาท

หนุ่ม กรรชัย ยังอธิบายรูปแบบการทำธุรกิจของลุงเจ้ยว่า เป็นลักษณะการใช้เงินทุนจากบุคคลอื่นเป็นหลัก โดยเมื่อพบรถที่ต้องการนำมาขาย จะนำข้อมูลไปเสนอให้นายทุนลงทุนซื้อรถคันดังกล่าว เมื่อนายทุนโอนเงินมาให้ ก็จะได้รับเล่มทะเบียนและเอกสารโอนลอยเก็บไว้เป็นหลักประกัน ขณะที่ตัวรถยังคงถูกนำไปจอดขายอยู่ภายในเต็นท์รถ

แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อรถบางคันถูกขายออกไปแล้ว ลูกค้ากลับไม่ได้รับเล่มทะเบียนเพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ขณะเดียวกันนายทุนก็ยังถือเอกสารสำคัญอยู่ในมือ ส่วนเงินที่ได้จากการขายรถกลับไม่ได้ถูกนำไปชำระคืนให้นายทุนตามที่ควรจะเป็น

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงคือโครงสร้างของบริษัท โดยพบว่าลุงเจ้ยไม่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ทั้งที่เป็นผู้ก่อตั้งและบริหารธุรกิจมาโดยตลอด แต่กลับใช้ชื่อ “ปรารถนา” หรือ “นุ้ย” เป็นกรรมการผู้จัดการของทั้งสาขากระบี่และภูเก็ต

ด้านคุณกุ๊กเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ลุงเจ้ยไม่มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเอง เนื่องจากมีสถานะเป็นบุคคลล้มละลาย ทำให้เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีบริษัท เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของปรารถนาแทบทั้งหมด ส่งผลให้บัญชีบริษัทแทบไม่เหลือเงินคงค้างอยู่เลย

นอกจากนี้ เธอยังระบุว่า เมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน ลุงเจ้ยเคยใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวของเธอเป็นช่องทางรับ-จ่ายเงินในชีวิตประจำวันอีกด้วย

หลังการเสียชีวิตของลุงเจ้ย ความขัดแย้งภายในเริ่มปรากฏชัดขึ้น เมื่อคุณกุ๊กตัดสินใจคืนรถจำนวน 6-7 คันให้กับนายทุนที่สามารถนำเล่มทะเบียนและหลักฐานการโอนเงินมายืนยันความเป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวกลับสร้างความไม่พอใจให้กับภรรยาของลุงเจ้ย ซึ่งแม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรส โดยมีการสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกจากโชว์รูม พร้อมขู่ว่าจะดำเนินคดี และกล่าวหาว่าคุณกุ๊กนำรถออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเผยข้อความแชตที่ภรรยาของลุงเจ้ยส่งถึงคุณกุ๊ก โดยมีเนื้อหากำชับว่า “อย่าพูดทุกเรื่อง ไม่รู้เอาไว้ก่อน” และให้โยนคำถามต่าง ๆ ไปให้ “นุ้ย” เป็นผู้ชี้แจงแทน เพราะหากข้อมูลทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมา อาจทำให้ “ทุกอย่างพังหมด”

ด้านคุณกุ๊กมองว่า คำพูดดังกล่าวอาจหมายถึงความลับสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังธุรกิจ โดยเฉพาะประเด็นการนำรถบางคันไปผูกพันกับนายทุนมากกว่าหนึ่งราย จนเกิดสถานการณ์ที่นายทุนถือเล่มทะเบียนอยู่ในมือ แต่ไม่ทราบว่ารถคันนั้นอาจถูกขายออกไปแล้ว หรือถูกนำไปทำข้อตกลงกับบุคคลอื่นมาก่อนหน้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...