สศค.ทบทวนFinancial Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงิน
#สศค. #ทันหุ้น – สศค.เดินหน้าทบทวนร่างกฎหมาย Financial Hub ใหม่ หลังร่างเดิมค้างสภา หวังผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงิน
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ยังคงผลักดันแนวคิด Financial Hub ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันตัวร่างกฎหมาย Financial Hub ที่ถูกยกร่างในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ได้ถูกส่งกลับมาทบทวนใหม่ ดังนั้น สศค.ได้นำกับมาทบทวนในหลายมิติ ซึ่งในด้านนโยบายกำลังเร่งพิจารณาในเรื่องนี้ไปพร้อมกับเรื่องอื่นๆ
“ตอนนี้เอากลับมาทบทวนทั้งหมด รวมถึงร่างกฎหมายเดิมด้วย คิดว่าอะไรที่สามารถทำได้ทำก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบาย แน่นอนว่าอย่างไรก็ต้องส่งเสริม แต่ด้วยวิธีไหนอย่างไร จะแจ้งอีกที่เมื่อมีความชัดเจน” นายวินิจ กล่าว
*ศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. … (พ.ร.บ. Financial Hub) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาแล้วเสร็จ
โดยรัฐบาลขณะนั้นคาดหวังว่า พ.ร.บ. Financial Hub จะทำประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค ยกเครื่องการพิจารณาใบอนุญาต และการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจภายใต้ Financial Hub ให้มีความครบวงจร และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน
รวมทั้งให้มีหน่วยงานหลักกำหนดนโยบายในการส่งเสริมให้ไทยเป็น Financial Hub และกำหนดนโยบายในการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการเงิน (Ecosystem) ทั้งการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน ให้สอดรับกับความต้องการของบริษัทด้านการเงินระดับโลก
*บริการแบบเบ็ดเสร็จ
โดยจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินให้เป็นหน่วยงานให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One-stop Authority : OSA) กำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจและกลไกการขออนุญาต กำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจนักลงทุน รวมไปถึงแนวทางการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักสากล
ทั้งนี้ ได้กำหนดธุรกิจเป้าหมายตามกฎหมายฉบับนี้ได้แก่ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริการการชำระเงิน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ และธุรกิจทางการเงินอื่นหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือสนับสนุนธุรกิจทางการเงินตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนดโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี และให้บริการเฉพาะผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-Residents) เท่านั้น
ยกเว้น 2 กรณี คือ 1. การให้บริการระหว่างผู้ประกอบธุรกิจเป้าหมายด้วยกันเอง และ 2. การให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากเป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนตลาดภายในประเทศ (Market Participant)