โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(คลิป)ถกกันสนั่น!ปมดรามา คอนเทนต์อ้าง“กะหล่ำปลี”ส่อทำควายเผือกตาย 7 ตัว-นกกระจอกเทศเดี้ยงอีก

Manager Online

อัพเดต 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เพชรบูรณ์ – ถกเถียงกันสนั่น ปมดรามาคนสร้างคอนเทนต์อยู่เพชรบูรณ์เผยแพร่โลกออนไลน์..อ้าง “กะหล่ำปลี” อาจเป็นต้นเหตุทำควายเผือกที่เลี้ยงไว้ตายถึง 7 ตัว แถมนกกระจอกเทศเดี้ยงอีกจำนวนหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยสารพิษตกค้าง ขณะที่คนเลี้ยงวัว-ควาย ใกล้แหล่งปลูกกะหล่ำใหญ่สุดในประเทศ ชี้ใช้ใบกะหล่ำให้ควายกินเสี่ยงอยู่แล้ว

กรณีมีผู้สร้างคอนเทนต์เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่า “กะหล่ำปลี” อาจเป็นสาเหตุทำให้ควายเผือกของตนเองเสียชีวิตถึง 7 ตัว และลูกนกกระจอกเทศอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องสารพิษตกค้างในพืชผลทางการเกษตร จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

และมีเพจดังในจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่า ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขหรือปศุสัตว์เข้าพิสูจน์สาเหตุการตายของสัตว์อย่างชัดเจน รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องสารพิษตกค้างในกะหล่ำปลีด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่สอบถาม นายณรงค์ศักดิ์ ตัญญาภักดิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวควาย ในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีประสบการณ์เลี้ยงวัวควายมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงวัวมา 3 ปี ก่อนเปลี่ยนมาเลี้ยงควาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่ม มีน้ำมากและแฉะ เหมาะกับควายมากกว่า

นายณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า แม้อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งปลูกกะหล่ำปลีรายใหญ่ของประเทศอย่างภูทับเบิก และเคยทำไร่กะหล่ำปลีมาก่อน แต่ไม่เคยนำใบกะหล่ำปลีมาเป็นอาหารวัวหรือควายเลย เพราะมีความเสี่ยงทำให้สัตว์เกิดอาการ “ท้องอืด” ได้ เช่นเดียวกับใบมันสำปะหลัง ใบกระถิน หรือหญ้าอ่อน หากสัตว์กินในปริมาณมากเกินไป อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอาการท้องอืดที่สามารถสังเกตได้จากบริเวณท้องด้านซ้ายที่บวมผิดปกติ

เขายังระบุอีกว่า การเลี้ยงสัตว์ต้องใส่ใจและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดทุกวัน ทั้งเรื่องการกินอาหาร การขับถ่าย และสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างวัวและควาย ซึ่งต้องเลือกอาหารให้เหมาะสม พร้อมย้ำว่า ตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน อายุ 44 ปี ไม่เคยนำใบกะหล่ำปลีมาให้วัวหรือควายกิน เพราะมองว่าไม่เหมาะสมและอาจเสี่ยงอันตราย

ขณะที่หลังมีการตั้งกระทู้ผ่านเพจดังของเพชรบูรณ์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์สาเหตุการตายของสัตว์ว่าเกิดจากอะไรแน่ ระหว่างปัจจัยด้านอาหาร การเลี้ยงดู หรือสารพิษตกค้าง เนื่องจากกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในจังหวัดเพชรบูรณ์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...