TH-AI Passport ยิ่งอุ้ม ยิ่งเจ็บ ! เข้าทางฝ่ายค้าน ขยี้กล่องดวงใจภูมิใจไทย
หากมองกระดานการเมืองไทยในนาทีนี้ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังกลายเป็น "เผือกร้อน" ที่สะท้อนสถานการณ์ "ยิ่งอุ้ม ยิ่งเจ็บ" ได้อย่างชัดเจนที่สุด
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของระบบไอทีหรือนโยบายอัปสกิลคนไทย 5 ล้านคนให้ทันโลก AI แต่นี่คือ "สารตั้งต้น" ชั้นดีที่จะนำไปสู่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเป้าหมายของฝ่ายค้านไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "ไชยชนก ชิดชอบ" รมว.ดิจิทัลฯ เลขาธิการพรรค และลูกชายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเปรียบเสมือน "กล่องดวงใจ" ของพรรคภูมิใจไทย
1. TH-AI Passport โครงการที่เต็มไปด้วยข้อกังขา
ไม่มีใครปฏิเสธว่าประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตความรู้ด้าน AI ด้วยอัตราการใช้งานเพียง 10.67 % การทุ่มงบ 1.6 พันล้านบาท เพื่อซื้อสิทธิ์การใช้ Generative AI ระดับโปร เฉลี่ยเพียง 324 บาท/คน/ปี ตัวเลขนี้หากมองผิวเผินถือว่าน่าสนใจ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ทำไมต้องทำ ?" แต่อยู่ที่ "ทำอย่างไร ?"
แผลฉกรรจ์ที่ทำให้รัฐบาลยิ่งอุ้มยิ่งเจ็บ เริ่มต้นจากการใช้เงินจาก "กองทุนดีอี" ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ ทำให้รอดพ้นสายตากรรมาธิการงบประมาณของสภาฯ แต่กลับมาตายน้ำตื้นเมื่อถูกผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและภาคเอกชนชำแหละ TOR (ขอบเขตการจัดจ้าง) แล้วพบว่า สเปกระบบอาจรองรับคนได้แค่ 140 คนต่อวินาที
คำถามที่ดังกระหึ่มคือ งบ 1.6 พันล้านบาท สำหรับคน 5 ล้านคน แต่สเปกคอขวดเท่านี้… เป็นการตั้งงบประมาณโดยมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบมาพากลแอบแฝงหรือไม่ ?
2. เวทีชำแหละกลางแจ้ง และ "รอยแผล" ที่ถูกเปิด
เวที TH-AI Passport Forum เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งใจจัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็น กลับกลายเป็นสมรภูมิซักฟอกกลางแจ้ง แม้กระทรวงดิจิทัลฯ จะอ่านเกมขาดและแก้ลำด้วยการประกาศปรับโมเดลการจ่ายเงินเป็น "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” เพื่อดับไฟเรื่องการผลาญงบประมาณแบบเหมาจ่าย
แต่ในมิติทางการเมือง รอยแผลได้ถูกเปิดออกแล้ว โดยเฉพาะช็อตที่ “ไชยชนก” ยอมรับกลางเวทีว่า "รู้จักกับเอกชน" ที่ชนะการประมูล แม้จะยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้แทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่นี่คือ "ของหวาน" สำหรับฝ่ายค้าน ภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทุนและอำนาจรัฐถูกตอกย้ำให้เด่นชัดขึ้นทันที
3. เข้าทางฝ่ายค้าน ขยี้ "กล่องดวงใจ" ภูมิใจไทย
หากโครงการนี้ยังดันทุรังเดินหน้าโดยไม่เคลียร์ข้อสงสัยทางเทคนิคให้กระจ่าง นี่คือการประเคนอาวุธให้ฝ่ายค้านนำไปขยี้ในสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฝ่ายค้านจะไม่ได้ตีกระทบแค่ตัวรัฐมนตรี แต่จะเล็งไปที่ "ความชอบธรรมในการบริหารงาน" ของพรรคภูมิใจไทยทั้งระบบ การนำเลขาธิการพรรคคนรุ่นใหม่ที่เป็นเสมือนอนาคตของพรรค มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอที่มีงบมหาศาล ย่อมถูกจับตาเป็นพิเศษ การเพลี่ยงพล้ำในโครงการนี้จึงส่งผลสะเทือนถึงบารมีและฐานรากของพรรคอย่างรุนแรง
4. เดินหน้าต่อ หรือพอแค่นี้ ?
นาทีนี้โจทย์ใหญ่ที่สุดของกระทรวงดิจิทัลและพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่ภาพฝันของการแจกสิทธิ์ AI แต่อยู่ที่การตัดสินใจในระยะประชิดว่า "จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อ หรือจะยอมถอย ?"
หากเลือก "เดินหน้า" ดันโครงการต่อพร้อมรอยแผลเรื่องสเปก TOR และคอนเนกชันที่ยังคลุมเครือ เท่ากับเป็นการพา "ไชยชนก ชิดชอบ" เดินเข้าแดนประหารในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รออยู่ข้างหน้า อาวุธและข้อสงสัยทุกชิ้นถูกฝ่ายค้านเตรียมไว้พร้อมสรรพ
แต่หากเลือก "ยอมถอย" หรือรื้อโครงการใหม่ทั้งหมดเพื่อล้างข้อครหา แม้จะต้องเสียหน้าและสูญเสียโมเมนตัมทางการเมืองไปบ้าง แต่นี่อาจเป็นการป้องกันไม่ให้ไฟลามไปติดโครงสร้างใหญ่ของพรรค
โครงการ TH-AI Passport จึงไม่ได้ท้าทายแค่วิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยี แต่กำลังทดสอบวิสัยทัศน์ทางการเมืองของบ้านใหญ่สีน้ำเงินว่า จะยอมแบกเผือกร้อนนี้ต่อไปจนมือพอง หรือจะยอมปล่อยวางก่อนที่ "กล่องดวงใจ" จะบอบช้ำไปมากกว่านี้
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม