โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สวนทางตลาดโลก! ทองไทยทะยาน 1,150 บาท รูปพรรณแตะ 65,900 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ราคาทอง ราคาทองวันนี้

ราคาทองวันนี้ (12 มิ.ย.) เปิดตลาด ราคาปรับขึ้น 1,150 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 65,900.00 บาท/ บาททองคำ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.01 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับขึ้น 1,150 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้

โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 65,900.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 63,596.20 บาท/ บาททองคำ

สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 65,100.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 64,900.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 4,186.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำร่วงต่ำสุดรอบ 6 เดือน แม้เงินเฟ้อพุ่ง นักลงทุนเทขายหนัก กังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แม้ความกังวลเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนแห่ขายทองคำ หลังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ส่งผลให้ทองคำสูญเสียความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 6 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจบังคับให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ หรืออย่างน้อยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อราคาทองคำเช่นกัน

สัญญาทองคำส่งมอบเดือนสิงหาคมแตะระดับ 4,046.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงแล้ว 6.3% ในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว และมีแนวโน้มปิดลบรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน รวมทั้งเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ซึ่งในเวลานั้นทองคำร่วงลง 9.62%

ล่าสุด ราคาทองคำลดลงอีก 0.5% มาอยู่ที่ 4,111.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

เฟดอาจเปลี่ยนทิศทางนโยบาย

ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนมักเข้าซื้อทองคำในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน และคาดหวังว่าทองคำจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ แต่เนื่องจากทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำอ่อนไหวอย่างมากต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในระยะยาว

สงครามอิหร่านที่เข้าสู่เดือนที่ 4 ได้กระตุ้นเงินเฟ้อผ่านการผลักดันให้ราคาพลังงานและสินค้าอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น

อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 3 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานที่พุ่งขึ้น ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดเริ่มเชื่อว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของราคา

สัปดาห์หน้า คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%-3.75% ในการประชุมครั้งแรกของ เควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟด โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจของ Reuters คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้หลายฝ่ายเคยคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม นักเก็งกำไรในตลาดมองต่างออกไป โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนัก 67% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หากสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ จะทำให้สินทรัพย์ที่อ้างอิงสกุลดอลลาร์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ มีความน่าสนใจมากขึ้น

สัญญาณทางเทคนิคยังอ่อนแอ

จากการวิเคราะห์กราฟราคา ภาพรวมทางเทคนิคของทองคำยังคงอ่อนแอ

ล่าสุดราคาทองคำร่วงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 ซึ่ง Citigroup มองว่าเป็นสัญญาณเชิงลบที่สำคัญ โดยธนาคารมีมุมมองระมัดระวังต่อทองคำในระยะสั้นมาตั้งแต่สงครามยกระดับในเดือนมีนาคม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นหลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว Citi ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ

นักวิเคราะห์ของ Citi ระบุว่า แม้ตลาดจะยังเผชิญความไม่แน่นอนในระยะสั้นซึ่งขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่มุมมองโดยรวมในระยะกลางถึงระยะยาวยังเป็นบวก จากความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัฏจักรเศรษฐกิจ อันเป็นผลมาจากความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เพิ่มขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะและการด้อยค่าของสกุลเงิน รวมถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงกระจายเงินสำรองระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ

นักลงทุนถอยห่างจากการลงทุนป้องกันค่าเงินเสื่อม

JPMorgan มองว่ากำลังเกิดการถอนตัวในวงกว้างจากการลงทุนที่เรียกว่า “debasement trade” ทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน

กระแสการถอนเงินจากการลงทุนประเภทนี้ที่เริ่มปรากฏเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ยังคงดำเนินต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ธนาคารระบุว่ามีเงินไหลออกจากกองทุน ETF ทองคำ และสถานะการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สอ่อนแอลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับขนาดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ภาวะเงินเฟ้อระยะยาว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2022

JPMorgan ระบุว่า ระบบวิเคราะห์สัญญาณโมเมนตัมของธนาคารยังชี้ให้เห็นถึงการถอนตัวอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงิน โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับกระแสเงินในกองทุน ETF และสถานะการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส

การวิเคราะห์ของ JPMorgan พบว่า กองทุน ETF ทองคำมีเงินไหลออกประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้ามีเงินไหลเข้าเพียงเล็กน้อย ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์มีเงินไหลออกเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอด 4 สัปดาห์ก่อนหน้า

ในตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนยังคงลดสัดส่วนการลงทุนในกลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดย JPMorgan ระบุว่าการลดการถือครองทองคำเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน

อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...