โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิมเบอร์ลี่ โดนเมาท์จัง ๆ เหตุผลที่ไม่กล้ามีลูก หลังแต่งงานกับ หมาก คำตอบคลั่งรักสุด!

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 พ.ค. 2565 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 04.51 น. • The Bangkok Insight

คิมเบอร์ลี่ โดนเมาท์จัง ๆ เหตุผลที่ไม่กล้ามีลูก หลังแต่งงานกับ หมาก คำตอบคลั่งรักสุด เพราะกลัวฝ่ายชายรักลูกมากกว่า กลัวโดนแย่งความรักไป

ขึ้นแท่นเป็นว่าที่เจ้าสาวอีกคนของวงการ สำหรับนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ หลังพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ ได้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานสุดโรแมนติก ณ เมืองในฝัน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 8 ปี ท่ามกลางเหล่าเพื่อนพ้องและคนดังในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับทั้งประเทศที่กรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจและร่วมยินดีกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว

คิมเบอร์ลี่ โดนเมาท์จัง ๆ เหตุผลที่ไม่กล้ามีลูก หลังแต่งงานกับ หมาก คำตอบคลั่งรักสุด!

คิมเบอร์ลี่ โดนเมาท์จัง ๆ เหตุผลที่ไม่กล้ามีลูก หลังแต่งงานกับ หมาก คำตอบคลั่งรักสุด!

ล่าสุด สาวคิม ได้มาไลฟ์กับพี่สาวคนสนิท เนย โชติกา ในระหว่างนั้น สาวเนย เลยถือโอกาสเมาท์มอยความคลั่งรักของคู่นี้ให้แฟน ๆ ได้ฟัง โดยว่า “ได้ถามคิมว่า พอแต่งงานเสร็จ จะมีลูกเลยไหม ตามประสามนุษย์แม่ คิมก็บอกว่า ก็อยากมีแต่ไม่กล้ามี เพราะว่า กลัวพี่หมากรักลูกมากกว่าคิม อยู่ ๆ ก็กลัวพี่หมากรักลูกมากกว่าคิม”

ทำเอา สาวคิม ถึงกับหัวเราะแก้เขิน พร้อมกับเผยว่า “ไม่รู้ อยู่ ๆ ก็กลัวโดนแย่งความรักไป กลัวไม่เหมือนเดิม แค่ตอนนี้นะ” ซึ่ง เนย กล่าวเสริมอีกว่า “สุดท้ายแล้วทุกคนพี่ว่า แย่งกันรักลูกมาก ๆ เพราะถ้าเรามีลูกแล้วหน้าตาเหมือนสามี จะคลั่งรักมากไปอีก”

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย Marfear (@marfear_mk1922)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย เนย โชติกา (@noeychotika)

ขอบคุณคลิปจาก IG : @noeychotika , @marfear_mk1922

ทั้งนี้ คิมเบอร์ลี่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับกองทัพสื่ออย่างเป็นทางการ ถึงโมเมนต์สุดพิเศษที่เกิดขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงอัปเดตแพลนคร่าว ๆ เกี่ยวกับการจัดงานวิวาห์ในฝัน

โมเมนต์นั้นยาวนิดหนึ่งนะ (หัวเราะ) คือจริง ๆ เพื่อน ๆ ก็ถามก่อนหน้าแล้วแหละว่าเขาจะขอไหมทริปนี้ แต่ตัวคิมเอง คิมรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ทริปนี้แน่นอน เพราะถ้าจะขอจริง ๆ ก็อาจจะเป็นประเทศไทยที่มีเพื่อน ๆ ทุกคนอยู่ ดังนั้นมันคงไม่มีทางเกิดขึ้น และทางนั้นเขาก็ไม่ได้ส่งสัญญานอะไรมาเลยด้วย แต่ก็เห็นอยู่บ้างค่ะ เห็นว่าอาการเขาแปลก ๆ อย่างเช่นตอนที่คิมกำลังแต่งตัวเพื่อออกไปกินข้าว เขาก็มาเร่งคิม แล้วด้วยความที่ตัวคิมเองโมโหหิวอยู่แล้ว คิมก็เลยหงุดหงิดว่าทำไมเขาถึงได้มาเร่งอะไรขนาดนั้น (หัวเราะ) ก็เลยแอบหงุดหงิดด้วยวันนั้น

จากนั้นพอแต่งตัวเสร็จออกมาจากโรงแรม เขาก็พาคิมเดินอ้อมอีก เพราะเขาหาที่ที่เขาเตรียมจะเซอร์ไพรส์ไว้ไม่เจอ นาทีนั้นคิมก็เลยแบบว่ายิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก ทำไมไปกินข้าวก่อนไม่ได้เหรอ (หัวเราะ) กระทั่งไปถึงเขาก็บอกว่า เขาขอถ่ายรูปที่นี่ก่อน ถ้าถ่ายเสร็จแล้วจะไปกินข้าวทันที คิมก็โอเค

ซึ่งการถ่ายรูปของเราอ่ะ มันจะเป็นการถ่าย Reels ในลักษณะที่แบบทั้งสองคนจะวิ่งเข้าหากันในทุกสถานที่ และก็จะเปลี่ยนแต่ละที่ตามที่ที่เราไป ซึ่งตรงนี้มันคือจุดสุดท้ายแล้ว จากนั้นพอเราเริ่มวิ่งปุ๊บ เขาก็ขอเลย (ยิ้ม)

จังหวะนั้นรู้สึกเหมือนฝันอ่ะ นี่มันคือเรื่องจริงเหรอ ช็อกมาก และตัวเขาเองก็แทบไม่พูดอะไรเลย แต่เท่าที่คิมได้ยินมันเหมือนเขาบอกว่า ไม่มีที่ไหนเหมาะที่เหมาะไปกว่าที่นี่แล้ว และหลังจากนั้นทุกอย่างก็วูบหายไปเลย เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฝัน เหมือนทุกอย่างไม่ใช่ความจริง ทั้งสถานที่ ทั้งอะไรต่าง ๆ มันเกินจริง รู้ไหมว่าวันนั้นไม่ได้กินข้าวเลย มากินอีกทีตอน 5 โมงเย็น เพราะว่าวันนั้นร้องไห้หนักมาก จริง ๆ รูปดี ๆ มันก็มีเยอะนะ แต่มันผิดที่หน้าคิม เพราะหน้าคิมคือแบบ ฮือ ฮือ (หัวเราะ)

คิมคิดว่าถ้าเขาจะขอมันคงไม่ใช่ที่นี่ ตัดที่นี่ออกไปได้เลย และบวกกับการที่ ญ่า กับ พี่แบร์ มาเซอร์ไพรส์อีก คือเขาโกหกคิมว่าอยู่นอร์เวย์ ดังนั้นคิมเลยไม่คิดว่าจะมีใครมา และพอวินาทีที่ได้เห็นหน้าญ่า คิมเลยแบบว่านี่คือความจริงเหรอ ซึ่งเขาบอกว่าเขาเตรียมมาประมาณ 1 เดือนแล้วค่ะ และที่เขาเลือกวันนั้นก็เป็นเพราะว่ามันคือวันอีสเตอร์ ซึ่งเป็นวันที่มีความเชื่อว่าเป็นวันแห่งการเริ่มต้นใหม่

คนมองว่าแหวนเพชรไซส์ตู้มต้ามมาก ไม่ค่ะ ภาพมันใกล้ (หัวเราะ) แต่เอาจริง ๆ โมเมนต์นั้นไม่ได้สนใจแหวนเลย จะเด็ดดอกหญ้ามาก็คือแบบ (เขิน) ไม่ได้สนใจอะไรเลยค่ะ มันเหมือนเราฝัน มันเหนือความคาดหมายทุกอย่าง (เราได้ให้อะไรเขาบ้างหรือยัง ?) มีค่ะ ก็กำลังสั่งทำอยู่ สั่งทำพิเศษ คือคิมคิดว่าจะให้ไว้ 2 วง วงหนึ่งเอาไว้ใส่คู่กันในช่วงที่ยังไม่แต่ง และอีกวงก็ไว้ใส่ในวันแต่งงาน

ส่วนแพลนวิวาห์ ไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ได้คุยแล้วนิดหนึ่ง ซึ่งอันดับแรกที่ต้องทำก็คือ ต้องนัดอาจารย์ให้ได้ก่อน ซึ่งตอนนี้คิวไม่ได้เลย ปีนี้ไม่น่าได้เพราะเราทำงานกันเยอะมาก แต่ก็คิดไว้แล้วแหละว่าปีหน้าค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง

ถามว่าตัวเราเองพร้อมแล้วหรือยัง เราเป็นว่าที่เจ้าสาวแล้วนะ จริงๆ ก็ (หัวเราะ) มันรู้สึกเหมือนแบบ เหมือนนับ 1 ใหม่นะ มันสวยงามกว่าการเป็นแฟนด้วยซ้ำ ถ้าเป็นฝรั่งเขาก็จะเรียกว่า fiance (คู่หมั้น) แต่คิมเองก็ยังไม่ชิน

เขาก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคิมมาตั้งนานแล้ว เป็นคนในครอบคิมมาตั้งนานแล้ว แค่ตอนนี้สถานะของเรามันอาจจะมั่นคงขึ้น สบายใจขึ้นที่มีเขาใกล้ขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...