Amazon ดึงพนักงานกลับออฟฟิศ ยกเลิกทำงานทางไกล ชี้ทำวัฒนธรรมองค์กรเสื่อม
Amazon ยกเลิกการทำงานระยะไกล และดึงพนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ ชี้แก้ปัญหาวัฒนธรรมองค์กรเสื่อม มุ่งปรับปรุงคุณภาพการทำงาน
วันที่ 17 กันยายน 2567 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า อะเมซอน (Amazon) กำลังจะยุติรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและกำหนดให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. ตามบันทึกจากนายแอนดี้ เจสซี ซีอีโอของAmazon ซึ่งเขาอธิบายว่าการทำงานร่วมกันในออฟฟิศจะช่วยปรับปรุงคุณภาพในการทำงานร่วมกัน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงระหว่างพนักงาน
นายแจสซี ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิจารณ์การทำงานระยะไกล เคยอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ 2 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แผนการผลักดันให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในบริษัท ซึ่งจ้างพนักงานมากกว่า 1.5 ล้านคนทั่วโลก
ในปี 2566 พนักงานที่สำนักงานใหญ่ของ Amazon ในเมืองซีแอตเทิล ของสหรัฐ ได้ออกมาประท้วง หลังจากบริษัทเริ่มจำกัดการทำงานจากระยะไกลทั้งหมด ซึ่งผู้ดำเนินการประท้วงได้ถูกไล่ออกในเวลาต่อมา ส่งผลให้ Amazon ถูกกล่าวหาว่าตอบโต้อย่างไม่เป็นธรรม และประเด็นนี้ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานอีกด้วย
ในบันทึกข้อความเมื่อวันจันทร์ (16 ก.ย.) นายแจสซีได้แสดงความกังวลว่าวัฒนธรรมองค์กรของAmazon กำลังอ่อนแอลง เนื่องมาจากการทำงานที่ยืดหยุ่นมากไปและการบริหารแบบตามไร้ระเบียบวินัยมากไป โดยAmazon เป็นที่รู้จักในด้านการรักษาพลังของสตาร์ตอัปเอาไว้ แม้บริษัทจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม
นายเจสซี ซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอในปี 2564 ได้แนะนำ "กล่องจดหมายแจ้งระเบียบวินัย" ที่พนักงานสามารถรายงานกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นได้ นอกจากนี้แล้วบริษัทก็กำลังผลักดันให้ผู้จัดการดูแลทีมงานที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานได้
นอกจากการกำหนดให้พนักงานต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศสัปดาห์ละ 5 วันแล้ว Amazonก็จะยุติการทำงานแบบ Hot Desk ในสหรัฐ หรือการนั่งทำในพื้นที่ส่วนกลาง แต่ยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไปพื้นที่ส่วนใหญ่ของในยุโรป และพนักงานยังคงได้รับอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านในกรณีพิเศษ เช่น เมื่อมีเด็กป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่บ้าน แต่นายแจสซีเน้นย้ำว่า บริษัทคาดหวังให้พนักงานมาทำงานที่ออฟฟิศเป็นประจำ นอกจากได้รับการยกเว้น
การตัดสินใจของAmazon ที่จะยุติการทำงานแบบไฮบริดนั้นขัดแย้งกับความพยายามของรัฐบาลอังกฤษที่ต้องการให้มีตัวเลือกการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยภายใต้ร่างกฎหมายสิทธิการจ้างงานฉบับใหม่ที่กำลังจะเสนอนั้น รัฐบาลอังกฤษวางแผนกำหนดให้การทำงานที่ยืดหยุ่นเป็นสิทธิเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มจ้างงาน
นายโจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจอังกฤษ เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อหลีกหนีจากวัฒนธรรมการทำงานแบบเข้าทำงานที่สำนักงาน และเน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของการทำงานระยะไกล รวมถึงการเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสรรหาแรงงานจากกลุ่มบุคลากรที่มีทักษะที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ชาวอังกฤษรายหนึ่งจากนอร์ธธัมเบอร์แลนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานจากที่บ้าน กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เขาเชื่อว่าการทำงานจากระยะไกลช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานได้เป็นอย่างมาก โดยความแตกต่างระหว่างการทำงานที่บ้านและการทำงานที่ออฟฟิศนั้นชัดเจนมาก ซึ่งในสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน การรบกวนจากเพื่อนร่วมงานสามารถขัดขวางกระบวนการทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าแง่มุมทางสังคมในการทำงานในออฟฟิศยังคงมีคุณค่าอยู่
การทำงานจากระยะไกลกลายเป็นกระแสนิยมและพุ่งแตะจุดสูงสุดในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ในปี 2565 บริษัทหลายแห่งเริ่มเรียกพนักงานกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ โดยจากการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์อย่าง นายโฮเซ มาเรีย บาร์เรโร นายสตีเวน เจ เดวิส และนายนิโคลัส บลูม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พบว่า ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา พนักงานประจำในสหรัฐประมาณ 12% ทำงานจากระยะไกลทั้งหมด และอีก 27% ปฏิบัติตามนโยบายการทำงานแบบไฮบริด
ด้านบรรดาบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นายเจมี ไดมอน ซีอีโอของเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ออกมาวิจารณ์การทำงานจากระยะไกลอย่างเปิดเผย โดยเรียกร้องให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ ขณะที่บริษัทอื่น ๆ เช่น ยูพีเอส (UPS) และเดลล์ (Dell) ก็ได้เรียกพนักงานกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศแบบเต็มเวลาในปีนี้เช่นกัน
นายแจสซีได้แสดงความคิดเห็นในบันทึกของเขาว่า ประสบการณ์การทำงานแบบไฮบริดของพวกเขา ได้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อในประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน ในกรณีที่พนักงานทำงานโดยพบหน้ากัน
อย่างไรก็ตาม นายบลูม ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มนี้อาจไม่ได้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากข้อมูลของเขาแสดงให้เห็นว่าการเข้าทำงานในสำนักงานยังคงมีเสถียรภาพมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เขายังชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่หลาย ๆ บริษัทเลิกจ้างพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล บริษัทอื่น ๆ ก็ขยายขอบเขตการทำงานจากระยะไกลออกไปอย่างเงียบๆ แม้ว่าจะได้รับความสนใจจากสื่อน้อยกว่าก็ตาม
อ้างอิง : bbc.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌